Bad Love...ผู้ชายเลว!!![01]

posted on 19 Dec 2011 01:15 by doraaung

BAD LOVE…..ผู้ชายเลว {…ฉันผิดอะไร…}

 

 

 

 

 

“มึงรอเชี่ยอะไรอยู่วะ ก็ลงมือเลยดิ”ชายหนุ่มที่กำลังจับแขนผู้ชายหน้าสวยคนหนึ่งที่นอนสลบอยู่พูดขึ้น

 

“เออดิ รอทำห่า กูถือกล้องจนเมื่อยแล้วนะเว๊ย”ผู้ชายอีกคนที่ถือกล้องอยู่พูดขึ้นอย่างเซ็งๆ

 

“กูก็รอให้ไอ้หน้าสวยมันตื่นไง”ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนมองร่างเปลือยของชายหน้าสวยอยู่แสยะยิ้มเล็กน้อย

 

“รอทำห่าอะไรวะ แมร่ง เดี๋ยวมันก็ได้แหกปากร้อง”

 

“แบบนั้นแหละที่กูต้องการ ไอ้เชี่ยซีวอนมันจะได้คลั่งจนอกแตกตาย”

 

“สัดโรคจิตนะมึง”คนที่จับมืออยู่พูดขึ้น

 

“หรือมึงไม่คิดแบบกู”

 

“กูคิด”

 

“อื้อ”สักพักชายหน้าสวยก็เริ่มขยับตัวหลังจากที่โดนชายหนุ่มสามคนชกเข้าที่หน้าท้องจนสลบ

 

“ตื่นแล้วเว๊ย”คนที่ถือกล้องพูดขึ้นมา แล้วก็ตรวจดูกล้องเพื่อเตรียมความพร้อม

 

“ตื่นซักทีนะ”เสียงเข้มๆของคนตรงหน้าทำให้คนที่เพิ่งลืมตาตื่นมองอย่างงงๆ แต่ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรก็ถูกชายตรงหน้าจูบหนักๆเข้าที่ริมฝีปาก

 

“อื้อๆๆ”

 

“ฮ่าๆๆ”ชายหนุ่มถอนจูบออกมาพร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

 

“ทำเป็นไม่เคยนะมึง คนอย่างมึงอ่า เสร็จไอ้ซีวอนมากี่รอบแล้ว”น้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาของคนที่ถูกจับแขนไว้แน่น

 

“พวกแกเป็นใครอ่า ซีวอนอะไร ฉันไม่รู้จัก ปล่อยฉันไปเถอะนะ”ชายหนุ่มร้องไห้พูดออกมา

 

“มาทำเป็นบีบน้ำตานะ กูไม่สงสารมึงหรอก แล้วไม่ต้องมาทำเป็นแบ๊วไม่รู้จักผัวตัวเองเลย”

 

“ฉันไม่รู้จักจริงๆนะ อย่าทำอะไรฉันเลย ขอร้อง”ชายหนุ่มอ้อนวอนครตรงหน้า เขาหันไปมองหน้าคนที่ถือกล้องอยู่แล้วก็หันไปมองหน้าคนที่จับแขนตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองคนที่เพิ่งเอาจูบแรกชีวิตของตัวเองไป

 

“ก็บอกว่าไม่รู้จักไง ฮึกๆ”เขาร้องไห้ออกมาอย่างหนัก นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกดีเข้าไปใหญ่

 

“มึงถ่ายน้ำตามันให้ชัดๆนะ เอาให้ไอ้ซีวอนเห็นจะๆ”

 

“เออๆ กูรู้แล้วน่า มึงรีบๆทำเถอะ กูอยากกลับบ้านแล้ว”ชายหนุ่มมาดเข้มที่ยืนถือกล้องอยู่พูดอย่างเซ็งๆ

 

“ทำ จะทำอะไร อย่านะ ได้โปรดเถอะ ฉันขอร้อง”

 

“คิมฮีชอล ต่อให้มึงกราบตีนกู ก็ไม่มีประโยชน์”หนุ่มหน้าสวยมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอย่างอึ้งๆ

 

“ฮีชอลไหน ฉันไม่รู้จัก ฉันไม่ใช่”

 

“หุบปาก ถ้ามึงไม่อยากตาย!!!”

 

“ปล่อยฉันนะไอ้สารเลว ปล่อยฉัน”

 

“ฮ่าๆๆ มาเล่นสนุกกันหน่อยดีกว่า คิมฮีชอล”แล้วชายหนุ่มก็ลูบไล้ตามร่างกายของคนที่ปฏิเสธว่าตัวเองไม่ใช่ คิมฮีชอล

 

“เอามือสกปรกของแกออกจากตัวฉันนะ”

 

“ฮ่าๆ ทำไม มึงจะหวงไว้ให้ผัวตัวเองเหรอ เสียใจ คืนนี้ กูจะทำรอยผัวมึง”แล้วเขาก็จูบปิดปากของหนุ่มหน้าสวยอย่างเร่าร้อนและรุนแรง

 

“อื้อๆๆ”หนุ่มหน้าสวยพยายามดินแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา เขามองหน้าชายหนุ่มอีกสองคนที่มองอยู่ด้วยความสะใจ

 

“ฮือๆ”

 

“แค่จูบก็ร้องไห้ซะแล้ว แล้วถ้ามากกว่านี้”ชายหนุ่มพูดพร้อมกับใช้มือจับที่จุดอ่อนของคนที่นอนร้องไห้อยู่

 

“เฮือก”

 

“สะดุ้งเลยหรือไง”แล้วเขาก็ก้มหน้าลงไปจูบกับจุดอ่อนไหวอย่างเบาๆ

 

“อื้อ ปล่อยนะ ฮึกๆ อย่า ได้โปรด ฮือๆๆ”

 

“อ่า สุดยอดไปเลย เฮ้ย!! จับมันนอนคว่ำ กูไม่ไหวแล้ว”หนุ่มหน้าสวยส่ายหน้าทั้งน้ำตา

 

“อย่านะ ฉันไม่ใช่ ฮีชอล ปล่อยฉันเถอะ ฮือๆๆ”

 

“แมร่งสำออยเก่งแบบนี้ไอ้ซีวอนถึงได้หลงนักหลงหนา ผิวก็ขาวเนียน หุ่นก็บาง ตัวก็นิ่ม มึงได้คลั่งตายแน่ไอ้เชี่ยวซีวอน”แล้วหนุ่มหน้าสวยก็อยู่ในท่านอนคว่ำ น้ำตาไหลลงมาไม่หยุด

 

“เอาให้ชัดๆนะมึง หึ”มือหนาๆจับที่ก้นขาวๆของหนุ่มหน้าสวย อารมณ์ของเขากำลังเดือดพล่าน

 

“แน่นดีจริงๆเลย”

 

“อย่า ฉันไม่ใช่ฮีชอล ฮือๆๆ ปล่อยนะ ปล่อย”หนุ่มหน้าสวยร้องไห้อ้อนวอนให้คนที่กำลังจะทำร้ายตัวเองเห็นใจ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล เมื่อชายหนุ่มจับของสำคัญของตัวเองก่อนจะค่อยๆสอดเข้าไปในตัวของหนุ่มหน้าสวย

 

“อ๊า ฮึกๆ”ชายหนุ่มร้องออกมาอย่างเจ็บปวด น้ำตาที่ไหลมากอยู่แล้วก็ยิ่งไหลเข้าไปใหญ่

 

“เชี่ย เข้ายากจังวะ”

 

“ฮือๆๆ อย่านะ อ๊า”หนุ่มหน้าสวยกำมือตัวเองแน่นอย่างทรมาน แต่ก็ไม่ได้ส่งไปให้คนที่กำลังทำร้ายเขาอยู่รับรู้เลย

 

“อ่า เชี่ย กูมีอารมณ์เฉยเลย อย่างนี้นี่เองไอ้ซีวอนถึงได้รักมันนัก”ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมาก่อนจะกระแทกตัวแรงๆหนึ่งที

 

“อ๊า จะ…เจ็บ ฮึกๆ”น้ำตาของหนุ่มหน้าสวยยังคงไหลไม่หยุด เขาทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากข่มใจ

 

“แค่นี้มึงเจ็บเหรอ สำออยจริงๆ ผ่านผู้ชายมาเป็นร้อยแล้วยังจะทำเหมือนไม่เคยอีกนะ”แล้วชายหนุ่มก็เริ่มบรรเลงเพลงรักอย่างร้อนแรง

 

“อ๊า อ๊า อือ ฮึก ฮือๆๆ”หนุ่มหน้าสวยได้แต่กลั้นใจร้องไห้อย่างช่วยไม่ได้

 

“ฮือๆๆ”

 

“อ่า สุดยอด อ่า อ่า”ชายหนุ่มที่บรรเลงเพลงรักกำลังได้อารมณ์อย่างเต็มที่ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะระเบิดออกมา

 

“อ่า โอ้ว ว อา~”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเมื่อใกล้จะเสร็จภารกิจ

 

“อื้อๆๆ”โดยไม่สนใจว่าคนที่เขาทำร้ายจะร้องไห้และเสียใจมากมายเพียงใด

 

“อ้า!!!”ตัวของชายหนุ่มสั่นระริกพอๆกับตัวของหนุ่มหน้าสวย

 

“เฮ่อๆๆ”เสียงหอบๆดังออกมาก่อนที่เขาจะดึงของตัวเองออกมาจากตัวของหนุ่มหน้าสวย

 

“มันส์ชิบหาย”เพียงแค่นั้นร่างของหนุ่มหน้าสวยก็ทรุดลงนอนกับพื้นทันที

 

“ฮือๆๆ”เขาได้แต่นอนกอดตัวเองร้องไห้อย่างเจ็บปวดแล้วก็สลบไป

 

“เชี่ย นานนักนะมึง”คนที่จับแขนหนุ่มหน้าสวยก็ปล่อยมือออกพร้อมกับลุกขึ้นจ้องหน้าเพื่อนที่ดูเหมือนจะได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดเลยทีเดียว

 

“ช่วยไม่ได้ หมอนี่แมร่งสุดยอดเลย”

 

“เสร็จแล้วก็กลับเถอะ”ชายหนุ่มที่เป็นคนถ่ายวีดีโอพูดขึ้นอย่างเซ็งๆ

 

“มึงหน้าเครียดอีกและ ทำไม นัดสาวไว้หรือไง”

 

“อื้ม”

 

“กูว่าแล้ว แล้วเอาไงกับฮีชอลล่ะ”

 

“อย่างดีสำหรับมัน ก็เอาไปทิ้งไว้ข้างทางแล้วกัน”คนที่เป็นคนทำร้ายพูดขึ้นอย่างไม่แยแส เพื่อนอีกสองคนมองหน้ากัน ก่อนที่คนถ่ายวีดีโอจะเดินเข้าไปหาคนที่นอนสลบอยู่แล้วก็หยิบเสื้อผ้ามาใส่ให้

 

“มึงจะใส่ให้มันทำเชี่ยอะไรวะ”

 

“หิมะมันตก อากาศหนาว เอาไปไว้ในที่ที่หลบหิมะได้หน่อยก็แล้วกัน ไม่อยากได้ชื่อว่าฆ่าคนตาย”เขาเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเพื่อนสองคน ทั้งสองคนพยักหน้าก่อนที่ชายอีกคนที่ไม่ได้ทำอะไรจะมาช่วยเพื่อนของตัวเอง

 

“มึงโชคร้ายเองนะอยากเป็นเมียของไอ้ซีวอน ศัตรูของพวกกู”ชายหนุ่มที่ทำร้ายหนุ่มหน้าสวยพูดขึ้นก่อนจะเดินไปรอเพื่อนอยู่ที่รถ

 

“เชี่ยมึง เลือดออกด้วย สัดเอ๊ย!!”คนที่เป็นคนจับมือพูดขึ้นก่อนจะใส่เสื้อให้กับหนุ่มหน้าสวย

 

“รีบๆใส่เหอะแมร่ง เดี๋ยวมีใครมาเห็น”แล้วทั้งสองหนุ่มก็พากันแบกหนุ่มหน้าสวยขึ้นรถไป ก่อนที่ทั้งสามคนจะขับไปแถวมหาวิทยาลัยของพวกเขาแล้วก็วางหนุ่มหน้าสวยไว้ที่คณะอักษรที่เป็นคณะของหนุ่มหน้าสวย

 

“อย่าตายก็พอแล้ว กลับเหอะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น”ทั้งสามหนุ่มพยักหน้าก่อนจะพากันขึ้นรถแล้วขับออกไป

 

“อื้อ”เสียงครางเบาๆของคนที่นอนอยู่บนโต๊ะดังขึ้น เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมา

 

“เฮือก!!!”ก่อนจะสะดุ้งอย่างตกใจเมื่อภาพอันเลวร้ายเหล่านั้นโผล่เข้ามาในสมอง ชายหนุ่มกอดขาตัวเองอย่างหวาดกลัว แล้วน้ำตาก็ได้ไหลลงมาอีก

 

“ฮือๆๆ”ชายหนุ่มร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด เจ็บทั้งกายที่ถูกทำร้ายด้วยน้ำมือของคนเลว แล้วก็เจ็บที่ใจ ชายหนุ่มค่อยๆพาตัวเองลุกขึ้นเพื่อจะกลับบ้าน น้ำตายังไหลไม่หยุด แรงที่เดินก็แทบจะไม่มี รองเท้าก็ไม่ได้ใส่ สภาพดูแทบจะไม่ได้ ตามลำตัวก็มีรอบแดงเป็นจ้ำๆ

 

“ฮึกๆ”หนุ่มหน้าสวยเดินกลับบ้านด้วยตาที่แดงแทบจะเป็นสีเลือด โชคดีที่ผ่านอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก

 

“ฮึก แอ่กๆ”หนุ่มหน้าสวยร้องไห้แทบขาดจะ แต่มันก็ไม่สามารถลบภาพเลวร้ายเหล่านั้นออกไปจากหัวสมองของเขาได้

 

คนเลวพวกนั้น ชาตินี้เขาไม่ขอพบเจออีก

 

ติ๊งหน่อง

 

เขากดกริ่งหน้าบ้านของตัวเอง แล้วสักพักก็มีน้อยชายสุดที่รักของเขาวิ่งออกมาด้วยรอยยิ้มอย่างเช่นทุกวัน ภาพของน้องชายค่อยๆเลือนหายไป หายไป พร้อมกับขาของเขาที่เริ่มหมดแรงลง แล้วก็

 

ตุบ!!!

 

ล้มไปในที่สุด น้องชายที่เห็นก็รีบวิ่งออกมาดูพี่ชายด้วยความเป็นห่วง

 

“พี่ฮยอนซึง!!!!”

- - - - - - - - - - - - - -

ขอโทษในความไม่สะดวกนะคะ^^

DANGEROUE BOY…รักร้าย ผู้ชายอันตราย!!!

Chapter 61[END]

ดึมดาดึมดาดึม

 

 

คลืน น นน น น

 

“เฮ้อออออ”เสียงถอนหายใจทำให้ร่างบางที่ยืนมองทะเลแสนกว้างใหญ่หันไปมองเล็กน้อย ชายหนุ่มสุดที่รักเดินมาพร้อมกับผ้าคลุม เขายิ้มกว้างขึ้นเมื่อคนตัวโตคลุมผ้าให้กับตน

 

“เย็นแล้วนะครับ ยังไม่เตรียมตัวอีกเหรอ”

 

“เดี๋ยวค่อยก็ได้ ฉันไม่รีบ แล้วกีกวังล่ะ”

 

“กำลังถูกเจ๊สองคนนั้นแปลงโฉมอยู่ ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง เสียงดังลั่นเชียว”พูดจบก็มองหน้าคนสวยตาหวาน

 

“มองอะไร”จุนฮยองกุมมือฮยอนซึงแน่น

 

“ที่ที่เราจูบกันครั้งแรกคือที่นี่”

 

“แล้วไง”

 

“แล้วที่นี่ก็ทำให้ผมได้รู้ว่าฮยอนซึงก็เป็นห่วงผมเหมือนกัน”ร่างบางยิ้มนิดๆ เขายังจำเหตุการณ์วันนั้นได้เป็นอย่างดี

 

“แล้วยังไงล่ะ”

 

“ผมคิดถึงวันเก่าๆที่ผ่านมาของเราสองคน”จุนฮยองจับร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากับตน

 

“ใครจะไปเชื่อว่าคนที่กล้าขับรถปาดหน้าผม กล้าเอาก้อนหินปาใส่หัวผมจนหัวแตก กล้าตบหน้าและทำร้ายผมจะกลายมาเป็นคนที่น่ารักขนาดนี้ได้”ร่างบางยิ้มอย่างอายๆ มันก็จริงอย่างที่จุนฮยองพูด เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกัน

 

“ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะนายไม่ใช่หรือไง”รอยยิ้มอบอุ่นของจุนฮยองทำให้หัวใจดวงน้อยๆของร่างบางเต้นแรงจริงๆ คนตัวโตดึงร่างบางเข้าไปกอด

 

“เพราะผมที่ไหน ทั้งหมดเป็นเพราะตัวของฮยอนซึงต่างหาก”

 

“แต่ถ้าไม่ได้นาย ฉันอาจจะไม่เปลี่ยนมากขนาดนี้ก็ได้”

 

“ไม่หรอก เพราะลึกๆแล้วฮยอนซึงก็เป็นฮยอนซึงแบบนี้ต่างหากล่ะ”จุนฮยองผละร่างบางออก ทั้งสองคนสบตากันนิ่ง

 

“น่ารัก มีน้ำใจ จิตใจดี ทั้งหมดนี้มันอยู่ในตัวของฮยอนซึงอยู่แล้ว”

 

“รู้ดีเหลือเกินนะ”

 

“ผมรู้ดีกว่านี้อีก แม้แต่…..”

 

“อย่ามามองฉันทะลึ่งแบบนั้นนะ”

 

“อิอิ ขอโทษครับผม เข้าไปข้างในกันเถอะ อีกเดี๋ยวงานก็จะเริ่มแล้ว”

 

“อื้ม อ๊าย! ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย”

 

“อุ้มเจ้าสาวไง”

 

“ใช่ที่ไหนเล่า ปล่อยฉันเลยนะ”

 

“ไม่ปล่อย แด่แดแดแด แด่แด๊แด่แด….”แล้วคนตัวโตก็อุ้มร่างบางเข้าไปในบ้านพักของตระกูลจาง สถานที่จัดงานแต่งงานของลูกชายคนเล็กของบ้าน

 

 

 

“ป้าครับ อันนี้น่ากินจังเลย”

 

“จริงเหรอคะ ของชอบคุณกีกวังน่ะค่ะ”

 

“อันนั้นก็น่ากินครับ”

 

“นั่นของชอบของคุณจางค่ะ”

 

“โหย ทำไมคนบ้านนี้ชอบกินแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลยอ่า”

 

“คุณยองวอนจะลองชิมไหมคะ เดี๋ยวป้าตักให้”

 

“โอยๆ เดี๋ยวผมรอทุกคนดีกว่าครับ จะกินได้ยังไงกัน งานยังไม่เริ่มเลย”

 

“งั้นก็รอสักครู่นะคะ”เด็กหัวสีมองอาหารมากมายตรงหน้าอย่างเสียดาย อันที่จริงเขาอยากจะกินทุกอย่างให้หมดในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่คำว่า มารยาท มันสะกดเขาเอาไว้

 

“ป้าครับ ขอชิมนิ๊ดเดียวได้ไหมครับ”

 

“ได้สิคะ”แม่นมของกีกวังตักอาหารใส่จานให้กับคนอดใจไม่ไหว มารยาท ไม่สามารถต้านทานเข้าไว้ได้จริงๆ

 

“นายสะกดคำว่า มารยาท ไม่เป็นหรือไง”

 

“แอ่กๆๆ”แทบจะสำลักของที่กินออก เด็กหัวสีหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังยิ้มด้วยความสะใจอย่างไม่พอใจ

 

“สะกดเป็นบ้างเหอะ เรียนหนังสือมา ฮึ่ย!”

 

“แล้วนั่นจะไปไหน ไม่กินต่อแล้วเหรอ”

 

“หมดอารมณ์เพราะคนใจดำ”ยองวอนย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้ก่อนจะเดินไปนั่งกับโยซอบและดูจุน

 

“ถ้าหนาวก็บอกนะ ฉันจะได้กอดนายให้อุ่น”

 

“ถ้าอยากไปนอนกินข้าวต้มที่โรงพยาบาลก็บอกนะ จะได้จัดการตอนนี้เลย”

 

“โหดร้าย”โยซอแลบลิ้นใส่ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม

 

“แก้วนั้นฉันใส่ยาปลุกเซ็กส์ลงไปนะ”

 

พรวดดดดดดด

 

“อึ๋ย!”ยองวอนถึงกลับยืนตัวแข็งทื่อเมื่อถูกน้ำมนต์ของโยซอบพ่นใส่เต็มๆ

 

“ขอโทษยองวอน ไม่ได้ตั้งใจ”

 

“เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ”แล้วเด็กหัวสีก็ก้มหน้าเดินกลับไป พอเห็นรอยยิ้มสะใจของคนใจดำก็แทบจะอยากกรีดร้องให้ดังลั่น

 

“นายนี่เป็นคนรักกินจริงๆเลยนะ แม้แต่น้ำก็หกลงพื้นไม่ได้”

 

“ตลกมากไหม ฮึ่ย!”ชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนคนนี้ถึงไม่เคยพูดจาเข้าหูตนเลย ท่าทางโกรธของยองวอนทำให้คนขี้แกล้งไม่สบายใจเล็กน้อย

 

“โกรธจริงหรือเปล่า ยองวอน!”เรียกไม่ทันคนตัวเล็กที่เดินเร็วยิ่งกว่าอะไร เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย หวังว่าคงไม่ได้ทำให้เด็กหัวสีโกรธหรอกนะ แล้วเขาก็เดินไปนั่งสมทบกับดูจุนและโยซอบ รอเวลาที่จะเปิดตัวคู่แต่งงาน

 

 

 

 

“ไม่เอา ไม่ใส่!”

 

“คุณน้องขา มาถึงขั้นนี้แล้วนะคะ”

 

“แหกตาดูสิ ฉันเป็นผู้ชายนะเจ๊”

 

“ผู้ชายแล้วยังไงคะ วันนี้คุณน้องเป็นเจ้าสาว อย่าขัดขืนเลยค่ะ ป้าเหี่ยว จับ!”

 

“อ๊ากกกกกก!!”คนตัวเล็กพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากการจับกุมของเจ๊ทั้งสอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะตัวเล็กกว่าทั้งสองคนเสียอีก

 

“เริ่ด!”

 

“เริ่ดมาก!”

 

“ให้ตายเถอะ!”คนตัวเล็กนั่งหน้ามุ่ยเมื่อถูกจับแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย เขามองเจ๊ทั้งสองคนอย่างเคืองๆ

 

“โธ่ วันนี้วันดีนะคะ ยิ้มหน่อยสิ ยิ้มมมมมมมม”เจ๊กระเทยจับแก้มนิ่มๆของกีกวังฉีกออก

 

“ทำหน้าแบบนี้ ถ้าสามีของคุณน้องเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะคะ”

 

“เฮ้อออ…..”สุดท้ายคนตัวเล็กก็ถอนหายใจยอมรับสภาพ เขาลุกขั้นเพื่อไปส่องกระจก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยแต่งหน้า แต่วันนี้กลับได้แต่ง ถ้าไม่ติดว่าจะมีครั้งเดียวนะ เขาไม่ยอมหรอก ไม่รู้ดงอุนคิดอะไร จัดการทุกอย่างเองหมดเลย ขัดใจเขาไปเสียหมด

 

“เริ่ดมากค่ะคุณน้อง เหมือนผู้หญิงเลย เจ๊อิจฉาจริงๆ”

 

“เจ๊ก็อิจฉาจริงๆ น่ารักมากเลย เหมือนเจ๊ตอนสาวๆ”กีกวังส่ายหน้าเล็กน้อยกับเจ๊ทั้งสองคน ตั้งแต่มาจนถึงตอนนี้ยังพูดไม่หยุดเลย เขามองตัวเองในกระจกอีกครั้ง ยิ้มที่มุมปากนิดๆเพราะเริ่มรู้สึกว่าที่เจ๊ทั้งสองคนพูดนั้นเป็นความจริง

 

ก๊อกๆ

 

“ใครคะ”

 

“พ่อเอง”

 

“อุ๊ยตายแล้วคุณพ่อ สวัสดีค่ะ”เจ๊สองคนต่างยกมือไหว้คุณจางพร้อมกัน คุณจางพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะหันไปมองลูกชายตัวเองที่ตอนนี้กลายเป็นลูกสาวไปเสียแล้ว

 

“อย่าหัวเราะนะพ่อ ผมอาย”

 

“จะอายไปทำไมกันฮะลูก”คุณจางเดินมาหาลูกชายก่อนจะจับมือแล้วพานั่งลงบนเตียง

 

“อย่างน้อยๆก็ไม่ได้สาวทั้งตัว”เขามองเสื้อสูทสีชมพูของลูกชาย ก่อนจะมองกระโปรงยาวบานสีขาวที่เจ๊ทั้งสองคนจัดการให้ มีความเป็นชายและความเป็นหญิงในชุดเดียวกัน

 

“พ่อไม่อายเหรอฮะที่ผมเป็นแบบนี้”

 

“ถ้าพ่ออาย พ่อจะอยู่ตรงนี้เหรอ ลูกพ่อจะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับเป็นคนดีหรอก อย่าอายเลยนะเพราะมันคือตัวของลูก ถ้าลูกอายแม้กระทั่งตัวเอง แล้วใครเค้าจะชื่นชมในตัวของลูก จะเห็นค่าในตัวของลูกกันล่ะ”คำพูดของพ่อเล่นเอาลูกชายถึงกลับซึ้ง ไม่เพียงเฉพาะกีกวังเท่านั้น แต่เจ๊สองคนที่ยืนอยู่ก็แทบจะน้ำตาไหลออกมา

 

“ผมรักพ่อจังเลยฮะ”กีกวังโผเข้ากอดลูกชาย ตั้งแต่จำความได้ พ่อเข้าใจเขามาเสมอ ไม่มีครั้งไหนที่ไม่เข้าใจ

 

“พ่อก็รักลูก ออกไปข้างนอกเถอะ ทุกคนรออยู่ โดยเฉพาะเจ้าบ่าวของลูก ป่านนี้ตื่นเต้นแย่แล้ว”

 

“ฮะ..”กีกวังหอมแก้มพ่อหนึ่งที แล้วคนเป็นพ่อก็พาลูกชายคนเล็กออกไปยังงานแต่งที่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กีกวังเดินไปด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ เพราะเขาก็เป็นเพียงคนคนหนึ่งซึ่งมีความรัก สามารถที่จะแต่งงานได้ ใส่ชุดเจ้าสาวได้ แม้ว่าร่างกายจะเป็นผู้ชาย เขาจะไม่อาย ไม่น้อยใจใดๆทั้งสิ้น เพราะนี่คือสิ่งที่เขาเลือก แล้วเขาก็จะไม่มีวันเสียใจกับสิ่งที่เขาเลิก

 

พอเห็นคุณจางกำลังเดินมากับกีกวัง ดราม่าก็ทำหน้าที่เปิดเพลงทันที เพลงที่มีเสียงของเปียโนและไวโอลินผสมผสานกันอย่างลงตัว ทุกคนต่างยืนต้อนรับเจ้าสาวที่กำลังเดินมา ต่างตื่นเต้นไปกับงาน แต่คงไม่มีใครตื่นเต้นเกินผู้ชายสูทสีฟ้าที่ยืนหล่ออยู่อีกแล้ว ดงอุนจับจ้องมองกีกวังตาไม่กระพริบ วันนี้คนตัวเล็กดูสวยขึ้นมาจริงๆ เขาไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย

 

กีกวังพอเห็นดงอุนกำลังยืนมองต้นก็ยิ่งใจเต้นและหน้าแดงเข้าไปใหญ่ สายตาแบบนั้นมันฆ่ากันชัดๆ อยากให้เขาหัวใจวายตายหรือไง รู้บ้างหรือเปล่าว่าตอนนี้เขาเขินแค่ไหน คนตัวเล็กบีบมือผู้เป็นพ่อแน่น มือของเขาเย็นเฉียบเพราะความตื่นเต้นจนคนเป็นพ่ออดยิ้มไม่ได้ ทุกสายตากำลังจับจ้องมายังคนตัวเล็ก

 

“เจ๋งอ่า”

 

“เอามั่งไหม โอ๊ย!”ดูจุนร้องเสียงหลงเมื่อถูกข้อศอกของคนน่ารักเข้าให้ เขาทำหน้าบูดเล็กน้อย ชักจะหมั่นไส้แล้วสิ จับกดเลยดีไหมเนี่ยคืนนี้

 

“น่ารักจัง”ฮยอนซึงเอ่ยชมน้องชายตัวเอง เห็นแบบนั้นแล้วก็รู้สึกมีความสุข รอยยิ้มของกีกวัง รอยยิ้มของพ่อ

 

“น้องน่ารัก พี่สวย เหมาะดีนะ โอ๊ย!”แล้วอีกคนที่ถูกศอก จุนฮยองทำหน้าบึ้งเล็กน้อยไม่ต่างจากเพื่อนตัวเองเลย

 

“ดูแลดีๆนะ”คุณจางส่งลูกชายให้กับลูกเขย ดงอุนยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เขามองกีกวังเล็กน้อย การมองของเขาทำให้คนตัวเล็กถึงกลับอาย

 

“วันนี้คุณน่ารักมากเลย”

 

“วันอื่นฉันไม่น่ารักหรือไง”

 

“น่ารักทุกวันแหละครับ”แล้วร่างสูงก็พาคนตัวเล็กเดินขึ้นไปที่ซุ้มดอกไม้ที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม ทั้งสองคนสบตากับทุกคน รอยยิ้มของทุกคน แววตาที่ดูมีความสุข ทำให้ทั้งสองคนต่างก็มีความสุขไปด้วย

 

“ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น”

 

“ขอบคุณจริงๆ”กีกวังเอ่ยเสริมอีกที ทั้งสองคนหันมาสบตากันเล็กน้อย พิธีวันนี้ไม่ได้เป็นทางการอะไรมาก จัดแบบสบายๆและเป็นกันเอง กีกวังและดงอุนหันมาเผชิญหน้ากัน ช่วงวินาทีที่แสนจะโรแมนติกกำลังจะเกิดขึ้น

 

“ผมซนดงอุน ยินดีรับ จางกีกวัง เป็นภรรยา สาบานว่าจะดูแลทั้งในยามสุข ยามทุกข์ ตลอดไป”กีกวังก้มหน้ายิ้มอย่างรู้สึกเขินอาย ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความรัก ไม่เว้นแม้แต่คนที่ไม่เคยรู้จักความรักอย่างยองวอน เขายืนมองทั้งสองคนอย่างเหม่อลอย ในใจนั้นเต้นไม่เป็นจังหวะกันเลยทีเดียว

 

“ผม จางกีกวัง ยินดีรับ ซนดงอุน เป็นสามี สาบานว่าจะดูแลทั้งในยามสุข ยามทุกข์ ตลอดไป”ทั้งสองยิ้มกว้างให้กัน

 

“จูบเลยยยยยยยยยยยย”เสียงตะโกนของดูจุนเล่นเอาทุกคนสะดุ้ง โยซอบหันไปจิกตามอง ขนาดเวลาอย่างนี้ก็ยังเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องแบบนี้ ให้ตายเถอะ!

 

“จูบเลยๆๆๆ”เสียงเชียร์ของดูจุนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ดราม่าที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ช่วยเชียร์ด้วยอีกคน แล้วเจ๊ทั้งสองก็ขอร่วมวงด้วย ไม่เว้นแม้แต่คนเป็นพ่อและแม่นม แล้วก็ตามด้วยจุนฮยอง ฮยอนซึงส่ายหน้านิดๆก่อนจะเป็นไปกับเขาด้วยอีกคน โยซอบยืนอ้าปากเหวอ มองเจ้าเสาหลักอย่างหมั่นไส้

 

“จูบเลยๆ”แล้วก็เป็นไปกับเขาด้วย กีกวังมองทุกคนด้วยความอาย

 

“จะอายทำไม เราทำกันออกบ่อย”

 

“นายนี่มัน…”

 

“จริงๆเลย”ดงอุนยกมือขึ้นประคองแก้มทั้งสองข้าง ก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าลงไปจูบปากอวบอิ่มของกีกวัง เสียงเฮของทุกคนดังขึ้น ยองวอนยกมือขึ้นมาแตะปากตัวเอง ทำไมเขาถึงได้รู้สึกมีความสุขแบบนี้นะ ดราม่าที่บังเอิญเห็นได้แต่อมยิ้ม มองคนไร้เดียงสาด้วยความรู้สึกแปลกๆ

 

“ไปเต้นรำที่ชายหาดกันเถอะครับ”พูดจบเจ้าบ่าวก็อุ้มเจ้าสาวเดินลงไปที่ชายหาดทันที ดราม่าทำหน้าที่เปิดเพลงอย่างรวดเร็ว

 

“โยซอบ ไปกันเถอะ”

 

“ได้ แต่ไม่ต้องอุ้ม อ๊าก! ไอ้ดูจุนบ้า!”แล้วคนตัวเล็กก็ถูกคนตัวโตอุ้มวิ่งลงชายหาดทันที จุนฮยองมองฮยอนซึงเล็กน้อย

 

“เดินจับมือกันไปดีกว่าเนอะ”แล้วร่างบางก็เป็นฝ่ายจับมือคนตัวโต ทั้งสองคนยิ้มให้กันก่อนจะเดินลงไป

 

“คุณพ่อขา ไปเต้นรำกับพวกหนูเถอะค่ะ”

 

“โอย พ่อไม่เต้นด้วยหรอก”

 

“ไปเถอะนะคะคุณพ่อขา”แล้วเจ๊กะเทยก็จัดการอุ้มคุณจางทันที แม่นมที่ยืนอยู่ได้แต่หัวเราะก่อนจะหันมาจัดการอาหารต่อ ทีนี้ก็เหลือแต่ยองวอนและดราม่าที่ยืนไม่รู้จะทำอะไร

 

“ไม่ลงไปสนุกเหรอคะคุณยองวอน”

 

“ไม่ดีกว่าครับ ผมเต้นรำไม่เป็น อีกอย่างก็ไม่มีคู่ด้วย อยู่ช่วยป้าดีกว่า”

 

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ไปสนุกกับเพื่อนๆเถอะ”

 

“ถ้างั้น ป้าก็ไปเต้นกับผมสิ คนอื่นเค้ามีคนเต้นหมดแล้วอ่า”

 

“อ่ะแฮ่มๆ”ยองวอนหันไปมองดราม่าที่ยืนอยู่ข้างๆตนเล็กน้อย

 

“อะไรติดคอเหรอ ไม่อยากตายก็รีบหาน้ำดื่มเถอะ”

 

“นาย…ไม่พอใจอะไรฉันหรือเปล่า”

 

“เปล่านี่”ดราม่าส่ายหน้าเล็กน้อย ท่าทางแบบนี้แล้วยังจะกล้ามาปฏิเสธอีก เขาไม่ใช่เด็กๆแล้วนะที่จะไม่รู้ว่าอาการแบบนี้เขาเรียกว่า งอน!

 

“นี่ ไม่ไปเต้นรำหรือไง”

 

“เต้นไม่เป็น”

 

“ฉันสอนให้เอาไหม”ยองวอนหันไปมองหน้าคนข้างๆเล็กน้อย จะสอนเขาจริงหรือมีเรื่องจะแกล้งเขา

 

“ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ ไม่เชื่อเหรอ”

 

“หน้าตาอย่างนาย เต้นรำเป็นด้วยเหรอ”

 

“ลองดูไหมล่ะ แล้วนายจะรู้”ยองวอนพระพริบตามองดราม่าอย่างไม่เชื่อใจ คนอย่างดราม่าน่ะเหรอเต้นรำเป็นเหมือนชาวบ้าน

 

“จ้องฉันนานขนาดนั้น หลงเสน่ห์ฉันหรือไง”

 

“หา! อะไรๆ เปล่าซักหน่อย”

 

“จะพิสูจน์ดูไหม”เขาถามย้ำอีกครั้ง ยองวอนครุ่นคิดเล็กน้อย ภายในใจของเขานั้นประมาณว่า ลองดูก็ไม่ได้เสียหายอะไร เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาจึงพยักหน้า ดราม่าจึงยื่นมือออกมา

 

“อะไรเหรอ”

 

“จับมือฉันสิ”เขามองมือดราม่าเล็กน้อย เห็นคนตัวเล็กเอาแต่ยืนมอง คนตัวโตเลยถือวิสาจับมือคนตัวเล็กเอาเสียเอง

 

“เฮือก!”พอถูกจับมือก็ถึงกลับสะดุ้ง แล้วเขาก็ถูกคนตัวโตดึงลงไปที่ชายหาด ยองวอนมองมือของตนที่ถูกจับอยู่เล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาบางๆด้วยหัวใจที่เต้นแรงอีกแล้ว

 

ฉันกำลังจะตายอีกแล้วเหรอเนี่ย???

 

ดราม่าบีบมือยองวอนแน่น ไม่อยากจะเชื่อว่ามือคู่นี้จะทำให้หัวใจของเขากระตุก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกไป อาจจะเป็นเพราะอากาศเย็นเลยทำให้เขาใจสั่น ก็เท่านั้น

 

“จับเอวฉันสิ”

 

“อ่อ”แล้วคนตัวเล็กก็ทำตามคนตัวโตออก

 

“ก้าวขาตามฉันนะ”ยองวอนพยักหน้า เขาทำตามที่ดราม่าบอกทุกอย่าง เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเต้นรำเลยสักครั้ง

 

“โอ๊ย!”

 

“ขอโทษๆ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆเลย”ท่าทางรู้สึกผิดของคนตัวเล็กทำให้เขาอดอมยิ้มไม่ได้

 

“ไม่เป็นไรหรอก”เขายิ้มให้กับคนตัวเล็กบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้ใบหน้าขาวๆขึ้นสี

 

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าแดง”ถามทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ แต่เขาก็อยากจะรู้ว่าคราวนี้เด็กหัวสีจะแก้ตัวยังไง

 

“ลม…ลมพัดแรงกระแทกหน้า ฮี่ๆ”แล้วคำตอบของยองวอนก็ทำให้เขาขำออกมาอีกแล้ว ทั้งสองคนยังคงเต้นรำต่อไป ไม่แพ้กับคู่อื่นๆ

 

“โยซอบ! นายจะขี่หลังฉันทำไม เค้าให้เต้นรำนะ”

 

“อย่าบ่นนะ ฉันจะขี่ ห้ามบ่น!”ดูจุนถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แล้วเขาก็เต้นต่อไปโดยมีคนตัวเล็กขี่หลังด้วยสีหน้ามีความสุข

 

“ฮยอนซึงเต้นรำเก่งจัง”

 

“นายก็เก่ง”จุนฮยองยิ้มกว้างแล้วก็ดึงร่างบางเข้ามาแนบชิด

 

“คืนนี้ผมนอนด้วยนะ”

 

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ให้นอนล่ะ”

 

“ก็จะบุกลุกเข้าไป แล้วจัดการไม่ให้มีแรงทำอะไรเลย”คำพูดที่กระซิบข้างหูนั้นทำให้ร่างบางขนลุกเล็กน้อย เขาทุบที่หน้าอกจุนฮยองเบาๆอย่างอายๆ

 

“ตกลงนะ”

 

“อยากทำอะไรก็ตามใจนายเถอะ”พอได้ยินคำพูดนั้นคนตัวโตก็ยิ้มออกมาย่างเจ้าเล่ห์

 

“พูดเองแล้วนะ”ฮยอนซึงแกล้งทำเป็นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน แล้วคนตัวโตก็โอบกอดร่างบางอย่างอ่อนโยน

 

“มีความสุขไหมครับ”

 

“นายมีความสุขไหมล่ะ”

 

“คุณกีกวัง ผมถามดีๆนะ”

 

“ดูหน้าฉันเอาเองสิ บานเป็นจานดาวเทียมแล้ว”คำตอบของกีกวังเป็นที่น่าพอใจมาก

 

“มองอะไร”

 

“คืนนี้ ผมอาบน้ำให้นะ”

 

“จะบ้าเหรอ”

 

“ไม่บ้าหรอก นะครับคุณภรรยา”กีกวังหลบสายตาของดงอุนเล็กน้อย ใบหน้าของเขาแดงมากขึ้นกว่าเดิม

 

“อยากทำอะไรก็ทำเถอะ”คำพูดนี้ไม่ได้ต่างจากพี่ชายของตนเลย

 

“พูดแล้วนะ ห้ามผิดคำพูดนะ”แล้วคนตัวเล็กก็ทำเป็นมองรอบๆเพื่อกลบเกลื่อนความอาย ไม่ต่างจากพี่ชายเลยจริงๆ สยตาใสๆของยองวอนมองทุกคนอย่างมีความสุข เขาเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าการอยู่กับคนรักมันดูมีความสุขแบบนี้ ในขณะที่เด็กหัวสีกำลังมองคนอื่นๆ เจ้าคนใจดำก็กำลังจ้องมองเด็กหัวสีอยู่ เขาเพิ่งได้เห็นใบหน้าของยองวอนใกล้ๆก็วันนี้เอง จะว่าไปคนตรงหน้าก็น่ารักไม่เบา ไม่แพ้กับอีกคนเลย เขาหันไปมองโยซอบที่กำลังดึงหูของดูจุนอยู่ ก่อนจะหันกลับมามองยองวอน

 

ทั้งสองคนคล้ายกันมาก คล้ายกันจริงๆ โดยเฉพาะนิสัย แต่มันมีบางอย่างที่แตกต่าง อะไรบางอย่างที่ทำให้สองคนแตกต่าง แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เขาหันไปมองโยซอบอีกครั้ง คนที่เขารู้สึกดีด้วยตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพราะความสดใส น่ารักและเป็นกันเอง มันทำให้เขารู้สึกดีและมีความสุขทุกครั้งที่ได้มองคนน่ารัก ใจของเขาเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ซึ่งเขาก็รู้ดีว่า ทำไมหัวใจของเขาถึงเต้นก็เพราะว่าเขา ตกหลุมรักคนน่ารักเข้าอย่างจัง

 

“โอ๊ย!”

 

“ขอโทษๆ”ดราม่าละสายตาจากโยซอบมามองคนซุ่มซ่าม ยองวอนยิ้มแห้งๆให้อย่างรู้สึกผิด

 

“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ มันเป็นอุบัติเหตุ”ยองวอนกระพริบตาปริบๆเพื่อให้ดูน่าสงสาร ไม่รู้ว่าจะใช้ได้ผลหรือเปล่า

 

“เหยียบฉันอีกที โดนจับโยนทะเลแน่”

 

“ง่า งั้นเลิกเลย”

 

“เดี๋ยว!”

 

พรึ่บ!!

 

ยองวอนที่เดินหนีดราม่าถูกดึงแขนอย่างแรงจนเซเข้าหาคนตัวโต ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผ่นอกกว้าง เหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจของเข้าเต้นแรงกว่าทุกครั้ง

 

ตึกๆๆ ตึกๆๆ ตึกๆๆ

 

“นี่! นายเป็นอะไรหรือเปล่า”ยองวอนยังคงยืนตัวแข็งทื่อ เขากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะผละตัวออกห่างจากคนตัวโต

 

“ฉันกำลังจะตายอีกแล้ว ขอตัวนะ”ยองวอนดึงแขนดราม่าออกจากตน ก่อนจะเดินเลื่อนรอยออกไป คนตัวโตได้แต่มองอย่างเป็นห่วง เพราะคนตัวเล็กเดินไปในที่เปลี่ยวและไร้ผู้คน

 

“ให้ตายเถอะ!”แล้วเขาก็เดินตามคนตัวเล็กไปทันที แต่ทุกคนก็ยังคงเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครสนใจใครนอกจากคนของตัวเอง

 

“คุณกีกวัง”

 

“หืม”

 

“ได้เวลาเข้าห้องหอแล้วนะ”

 

“แล้วไงอ่า เฮ้ย! ดงอุน ปล่อยฉันลงนะ”

 

“บอกเองแล้วนะ อยากทำอะไรก็ทำ หึหึ!”ดงอุนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะพาเจ้าสาวตรงเข้าไปในบ้าน ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการเต้นรำกัน

 

“ดงอุน นายจะบ้าเหรอ คนอื่นยังเต้นรำอยู่เลยนะ”ร่างสูงไม่ตอบอะไร เขาเปิดประตูเข้าห้องนอนก่อนจะล็อคกลอนอย่างหนาแน่น

 

“ก็ให้พวกเค้าเต้นไปสิครับ ส่วนเราก็ทำอย่างอื่น”คำว่า อย่างอื่น เล่นเอาหัวใจดวงน้อยๆของคนตัวเล็กเต้นไม่เป็นจังหวะกันเลยทีเดียว

 

“จะอาบน้ำไหม ผมจะอาบให้”

 

“ไม่ๆ ฉันไม่อยากอาบแล้ว”ดงอุนพยักหน้าก่อนจะวางคนตัวเล็กลงบนเตียง บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบเมื่อต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไร ดงอุนยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าคนรัก เขากุมมือกีกวังแน่น

 

“นายเป็นอะไร”

 

“ผมอยากแก้ตัว”

 

“แก้ตัวอะไร”กีกวังมองหน้าร่างสูงนิ่ง รอยยิ้มของดงอุนทำหัวใจของเขาเต้นแรง ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆโน้มเข้ามาใกล้ แต่คนตัวเล็กกลับเอนหลังหนี แต่ว่าร่างสูงก็ไม่ยอมหยุด กีกวังเอนหนีจนรับน้ำหนักตัวไม่ไหวเลยล้มลงนอนบนเตียง เขาอ้าปากเหวอเล็กน้อย ทำแบบนี้เหมือนกำลังอ่อยดงอุนเลย

 

“เอ่อ…”คนตัวเล็กจะดีดตัวขึ้น แต่กลับถูกร่างสูงจับแขนทั้งสองข้างเอาไว้ กีกวังเบิกตากว้าง เขารู้ว่ากำลังจะถูกทำอะไร แต่มันอดตื่นเต้นและอายไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่ดงอุนไม่ได้เมาและมีสติครบ แล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้กำลังโกรธหรือทะเลาะกัน ทุกอย่างมันอยู่ในแบบปกติ ยอมรับจากใจเลยว่า ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก

 

“นาย….”ดงอุนยิ้มที่มุมปากก่อนจะจูบลงเบาๆที่ริมฝีปากบน ก่อนจะเปลี่ยนมาจูบที่ริมฝีปากล่าง เขาใช้รีบฝีปากถูเบาๆกับริมฝีปากหนาของคนตัวเล็ก การหยอกล้อเล่นแบบนั้นทำให้กีกวังยิ้มออกมา เพราะเผลอยิ้มเลยถูกร่างสูงยึดครองริมฝีปาก ร่างสูงดูดเบาๆเพื่อให้ร่างเล็กรู้สึกตื่นเต้นและกระชุ่มกระชวย

 

“อื้อ…”คนตัวเล็กครางออกมาเมื่อถูกจี้ที่เอว ร่างสูงถอนจูบออกก่อนจะสบตากับดวงตาใส

 

“ให้โอกาสผมแก้ตัวได้ไหม”ดงอุนถามย้ำอีกครั้ง เพราะความผิดพลาดครั้งนั้นทำให้เขารู้สึกแย่เป็นอย่างมาก เขาอยากจะแก้ตัวใหม่เพื่อลบภาพอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อตอนไปญี่ปุ่น

 

“ฉันบอกแล้วไง อยากทำอะไรก็ทำ”พูดแล้วก็เบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพราะรู้สึกอาย มันเปิดทางชัดๆ ร่างสูงยกมือขึ้นไปสัมผัสกับใบหน้าของร่างเล็กอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนมือลงตามตัวของร่างเล็ก กีกวังเกร็งเท้าเล็กน้อยกับสัมผัสที่ทำให้รู้สึกสยิวเบาๆ  เขาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของร่างเล็กออกอย่างช้าๆ ใช้มือใหญ่ลูบไล้ที่หน้าอกร่างเล็กๆเบาๆ เขามองร่างกายแสนรักอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มหน้าลงไปจูบอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากบางไล่ไปทั่วบริเวณหน้าท้อง ร่างเล็กจิกเท้าลงกับเตียงและกำผ้าปูที่นอนแน่น เขารู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวไปหมด ต่างจากครั้งแรกของตนโดยสิ้นเชิง

 

“อื้อ..”ครางเสียงหวานออกมาเมื่อมือใหญ่สอดเข้าไปใต้ประโปรงลูบคลำจุดอ่อนไหวเบาๆ ร่างสูงจัดการถอดเสื้อร่างเล็กออก เผยให้เห็นผิวเนียนเข้มด้านบน ร่างเล็กมีสีหน้าอายเล็กน้อย ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ร่างสูงยิ้มนิดๆเขาใช้มือจับคางเล็กให้หันมาสบตากับตน

 

“ผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด ผมสัญญา”พูดจบกระโปรงสีขาวสะอาดก็ถูกดึงออกจากร่าง เผยให้เห็นขาสั้นๆแต่ดูน่ารัก ร่างสูงยิ้มบางๆเขาจ้องมองรูปร่างของร่างเล็กอย่างชื่นชม ส่วนร่างเล็กนั้นรู้สึกได้ว่าหน้าตัวเองชาแค่ไหนและมันก็คงจะแดงมาก ถูกจ้องมองร่างกายเปลือยเปล่าที่มีเพียงกางเกงในตัวจิ๋วปิดบังส่วนนั้นไว้ จะไม่ให้เขารู้สึกอายได้อย่างไร ร่างสูงลุกขึ้นนั่ง ทั้งสองสบตากันไม่กระพริบ มือของดงอุนกำลังจัดการถอดเสื้อของตนออก แต่จู่ๆร่างเล็กก็ลุกขึ้นมาพร้อมกับจับมือของเขาเอาไว้

 

“อะไรเหรอครับ”ถามด้วยความสงสัย แต่ไร้ซึ่งคำตอบ มือเล็กๆของกีกวังกำลังจัดการปลดกระดุมเสื้อให้ดงอุน เขาตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ห้ามปล่อยให้ร่างเล็กจัดการถอดเสื้อผ้าให้ตน มือเล็กสั่นเล็กน้อยเมื่อกำลังรูดซิบกางเกงของร่างสูง เขารู้สึกใจเต้นแรงมากกว่าเดิม ร่างสูงจับมือของร่างเล็กให้หยุด เขาผลักร่างเล็กให้นอนลงบนเตียง ก่อนตัวเองจะนั่งคร่อม ร่างกายที่เปลือยเปล่าสัมผัสกันอย่างแนบชิดกระตุ้นความต้องการที่มีอยู่ในตัวให้วิ่งพล่าน หัวใจสองดวงต่างเต้นแรง

 

มือใหญ่ทั้งสองข้างลูบไล้ร่างกายของร่างเล็ก สายตาของคนทั้งคู่ต่างปิดไม่มิดถึงความต้องการที่มีอยู่ในตัว จุดอ่อนไหวต่างค่อยๆแข็งตัวขึ้นมาอย่างช้าๆเมื่ออารมณ์ที่มีเพิ่มมากขึ้นจนเกินจะหยุดมันได้ ร่างเล็กเองก็ลูบไล้ร่างกายของร่างสูง ไม่ยอมปล่อยให้ร่างสูงเป็นฝ่ายกระทำข้างเดียว ทั้งสองต่างตอบสนองซึ่งกันและกัน มอบความสุขให้กันและกัน ริมฝีปากประกบกัน ก่อนลิ้นอุ่นๆจะค่อยๆสอดเข้าไปในโพรงปาก ลิ้นเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อนเพราะความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นอีก จากความอ่อนหวานในตอนแรกก็ค่อยๆแปลเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน

 

“อ๊า…”ร่างเล็กครางออกมาเมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ เขาหายใจแรงขึ้นเพราะความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้น ร่างสูงกำลังเล่นสนุกกับจุดอ่อนไหวของเขาที่ตอนนี้มันตั้งตรงเรียบร้อยแล้ว เขานอนบิดไปมาเมื่อถูกดูดอมด้วยปากอุ่นๆของร่างสูง

 

“อื้อ อื้อ”เสียงครางเริ่มไม่สามารถที่จะเก็บเอาไว้ได้ ตอนนี้จุนอ่อนไหวของร่างสูงก็พร้อมที่จะใช้งานแล้ว เขาค่อยๆพลิกร่างเล็กให้นอนคว่ำ ร่างสูงนอนทับร่างเล็กพร้อมกับกอดอย่างแนบแน่น เสียงหายใจของทั้งสองแรงไม่แพ้กัน

 

“ผมรักคุณ”พูดพร้อมกับจูบเบาๆที่กกหู ก่อนจะค่อยๆสอดของแข็งของตนเข้าช่องทางรักของร่างเล็ก

 

“อ๊า!”ร้องเสียงหลงเพราะรู้สึกเสียวซ่าน มันเจ็บเหมือนครั้งแรกที่ถูกสอดเข้าไป แต่มันกลับรู้สึกไม่เหมือนกัน ครั้งนี้ถึงแม้จะเจ็บแต่ก็รู้สึกได้ถึงความเสียวซ่านและทำให้มีความสุข ร่างเล็กเม้มปากแน่น มือทั้งสองจับกันอย่างแนบแน่น ร่างสูงดันของแข็งเข้าไปให้ลึกอีก ยิ่งลึกมากเท่าไหร่ร่างเล็กก็ยิ่งบีบมือแน่นมากขึ้นเท่านั้น

 

“อ๊า อ๊า!”เสียงครางเพราะความเสียวซ่านและเจ็บดังออกมาเมื่อร่างสูงเริ่มบรรเลงเพลงรักของตนอย่างอ่อนโยน ร่างเล็กยิ้มออกมาบางๆ เขารู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ครั้งนั้นที่โดนมันเจ็บมาก แต่ครั้งนี้มันกลับแตกต่าง ความรับรู้ได้ถึงความรักที่ดงอุนมีให้ รับรู้ได้ถึงความสุขที่ดงอุนมอบให้

 

“อ่าส์!”เสียงครางของร่างสูงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด แต่เขากลับรู้สึกมีความสุขที่ได้ยินเสียงแสนเซ็กซี่นั่น ร่างเล็กบีบมือร่างสูงแน่นขึ้นอีกเมื่อจังหวะเพลงรักค่อยๆเปลี่ยนไป จากเพลงรักแสนหวานเปลี่ยนเป็นเพลงรักที่เร่าร้อนมากขึ้น ร่างเล็กเม้มปากแน่น มือเท้าเกร็งไปหมด เขาเริ่มจะไม่ไหวแล้ว เนื้อตัวอึดอัดเหมือนกำลังจะระเบิดออกมา รุ่มร้อนในทรวง ความเสียววิ่งพล่านไปทั่ว

 

“อื้ออออ”จังหวะเพลงเริ่มรุนแรงแต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยน แม้รุนแรงแต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกชอบเสียด้วยซ้ำ ร่างสูงออกแรงในการโยกสะโพกมากขึ้น เขาเองก็จะไม่ไหวแล้วเช่นกัน อึดอัดทั่วร่างกาย อยากจะปลดปล่อยของเหลวออกจากตัวเสียใจจะขาด

 

“อ่าส์! อ่าส์!”เสียงครางดังออกมาให้ร่างเล็กใจเต้น ร่างสูงกำลังมีความสุข เขาเองก็กำลังมีความสุข ต่างคนต่างมีความสุข น้ำสีขาวค่อยๆถูกปล่อยออกมาจากตัวของร่างเล็ก เขาไม่สามารถที่จะสกัดกั้นเอาไว้ได้ มันค่อยๆปล่อยออกมา ออกมา ยิ่งปล่อยเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความสุขและเสียวซ่านเท่านั้น

 

“อ๊า! อ๊า!”ร่างเล็กปล่อยออกมาจนหมด ร่างเขากระตุกอย่างแรงทั้งๆที่ร่างสูงกำลังบรรเลงเพลงรัก เขาเสร็จก่อนร่างสูงเสียอีก

 

“อื้อ!”แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเสร็จ เพลงรักก็ยังคงบรรเลงต่อไป มันรวดเร็วมากขึ้นเมื่อร่างสูงกำลังจะเสร็จความใคร่ของตน ร่างเล็กบีบมือแน่นกว่าเดิม เม้มปากแน่น เตรียมพร้อมที่จะรับของเหลวเข้าร่างกาย

 

“อ่าส์ โอ้ว! อา~”

 

“อื้อออออออออออออ”แล้วของเหลวมากมายก็ถูกปลดปล่อยเข้าช่องทางรัก ร่างสูงกระตุกรัวและแรง ช่องทางรักรัดแน่นกับจุดอ่อนไหวของตน

 

“เฮ่อ เฮ่อ…”พอเสร็จของตนเขาก็เอาจุดอ่อนไหวออก ร่างเล็กนอนหอบอย่างหมดแรง ร่างสูงยิ้มออกมาอย่างพอใจ นี่มันวิเศษณ์ที่สุดเลย เขามีความสุขมากเหลือเกิน เหล่มองร่างเล็กที่นอนหอบอยู่ข้างๆเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่น ใบหน้าน่ารักซบลงกัลป์แผ่นอกกว้าง มือเล็กๆก็โอบกอดร่างสูงเช่นกัน

 

“ผมมีความสุขจัง”พูดพร้อมกับจูบเบาๆที่หน้าผาก แก้มแดงๆของกีกวังมันทำให้เขารู้สึกดีเสียจริงๆ

 

“ฉันก็เหมือนกัน”เงยหน้าขึ้นไปสบตาก่อนจะยิ้มให้ รอยยิ้มนั้นมันทำให้ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะจูบริมฝีปากหนาที่ดูเซ็กซี่สำหรับเขาเสียจริงๆ

 

“ผมชักจะมีอารมณ์อีกแล้วสิ”สายตาหวานเยิ้มมองร่างเล็กที่กำลังเขินอาย เขากำลังรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

 

“ก็บอกไปแล้วไง อยากทำอะไรก็ทำ”พูดเองก็อายเอง

 

“อ๊าย!”เขาถูกจับนอนลงกับที่นอน ดวงตาโตเบิกกว้างเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของร่างสูง

 

“ลิ้มลองรสชาติแบบหนุ่มแบดบอยหน่อยเป็นไง”

 

“อื้อ!!”ร่างเล็กถูกจู่โจมอย่างหนัก จูบซึ่งแตกต่างจากเดิมมันทำให้ใจเต้นเร็วแทบจะระเบิด ร่างเล็กกำลังถูกกินจากหนุ่มแบดบอยผู้หื่นกาม เพลงรักได้ถูกเริ่มต้นอีกครั้ง แล้วคืนนี้มันจะไปจบอยู่ที่เพลงเท่าไหร่กันนะ?

 

 

 

 

 

“โอ่ย!”

 

“โยระวัง!”

 

หมับ!!

 

“ฮี่ๆ”ดูจุนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่สามารถคว้าคนตัวเล็กเอาไว้ได้ทันก่อนจะล้มหน้าทิ่ม เขาดึงคนตัวเล็กให้มานั่งบนตักตน เมาแล้วเป็นแบบนี้ทุกที

 

“อื้อ ดูจุนอา จูบฉันหน่อย จุ๊บๆๆ”คนน่ารักจับใบหน้าคนตัวโตพร้อมกับทำปากจู๋จะจุ๊บเขา แต่กลับถูกดันออกเพราะอายสายตาที่กำลังมองของฮยอนซึงและจุนฮยอง

 

“อย่าถือสาคนเมาเลยนะ”

 

“จุ๊บๆๆ จ๊วบๆๆ”

 

“โยซอบ ไม่เอาน่า อายคนอื่นเค้า”

 

“อายทำไม ร้อนนนน แก้ผ้าๆ”

 

“เฮ้ยๆ”ดูจุนรีบจับมือคนตัวเล็กที่กำลังจะถอดเสื้อผ้าของตนอย่างรวดเร็ว

 

“ไหวหรือเปล่า”

 

“อย่าห่วงเลยครับ หมอนี่ก็เป็นแบบนี้แหละเวลาเมา”ดูจุนหันไปพูดกับฮยอนซึงอย่างอายๆ

 

“ฮยอนซึง เราไปเดินเล่นกันดีกว่า”

 

“หา ไม่ดื่มต่อแล้วเหรอ”

 

“ไม่หรอก เดี๋ยวจะเมาแล้วเสียบรรยากาศ”เขายิ้มพร้อมกับดึงร่างบางให้เดินตามตนมา

 

“เดี๋ยวสิ!”

 

“จ๊วบๆๆๆ”

 

“โยซอบ!”ดูจุนถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขาจัดการอุ้มคนตัวเล็กพาดบ่าแล้วพาขึ้นห้องไปนอนทันที

 

“อ๊า ร้อนๆๆ หนาวๆๆ มืดๆๆ ฮ่าๆๆๆ”

 

“โอ๊ย! อย่าจิกผม โยเจ็บ โอ๊ย!”

 

“ดึงๆ ฮ่าๆๆ”ดูจุนเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นก่อนที่เสียงโวยวายของเขาจะทำให้ทุกคนตื่นหมด

 

ตุบ!!

 

“ซาบาย อ๊า!”พอนอนลงบนเตียงก็จัดการบิดขี้เกียจทันที คนตัวโตส่ายหน้าเล็กน้อย

 

“เมาแล้วเป็นแบบนี้ทุกทีเลยสิน่า”แล้วเขาก็นั่งลงเพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนตัวเล็กจะได้รู้สึกสบายขึ้น

 

“ฮั่นแน่! บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาทะลึ่งกับเค้า”คนตัวโตกระพริบตาปริบๆ เมื่อกี้เขาไม่ได้หูฝาดใช่ไหม

 

“นายเรียกตัวเองว่าเค้าเหรอ”

 

“ฮี่ๆ อย่าหวังว่าจะได้แอ้มเลย ถอยๆ”เขาปัดมือคนตัวโตออก ก่อนจะกลิ้งไปนอนขอบเตียง

 

“ฉันไม่ทำอะไรคนเมาหรอกน่า อย่ามายั่วก็แล้วกัน”มองอย่างหมั่นไส้ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้รู้สึกสบายขึ้น

 

“ถ้าเมาแล้วยั่ว จะเอาให้เดี้ยงเลย ฮึ่ย!”เขาบ่นขณะที่กำลังถอดเสื้อผ้าของตน ถอดออกจนหมดเหลือเพียงกางเกงในตัวเอง เปิดตู้เพื่อหาชุดนอนสบายๆใส่

 

“อ๊า อ๊า!”

 

กึก!!

 

เสียงครางแสนเซ็กซี่นั่นทำให้เขากลืนน้ำลายเล็กน้อย มือทั้งสองกำลังหมัดแน่นก่อนจะค่อยๆหันไปมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ไม่รู้ทำอะไรอยู่

 

“อื้ออ อ๊า”ดวงตาโตเบิกกว้างอย่างตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า เขากระพริบตาปริบๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

“โย…นาย เฮ้ย!”

 

ตุบ!!

 

ยังไม่ทันได้ถามอะไรก็ถูกคนตัวเล็กที่ตอนนี้เปลือยเปล่าไปทั้งตัวดึงไปนอนลงบนเตียงเรียบร้อยแล้ว

 

“ฮี่ๆ เป็นของฉันซะดีๆ คนบ้ากาม”

 

“อื้อ!”แล้วริมฝีปากของเขาก็ถูกปิดโดยคนไม่บ้ากามอย่างยังโยซอบ จูบกันอยู่เนิ่นนานจนต่อมหื่นของดูจุนแตกกระเจิง เขาจัดการพลิกตัวให้ตนไปอยู่ด้านบน

 

“คิดจะกดฉัน ฝันไปเถอะ!”พูดจบคนตัวโตก็จัดการกินคนตัวเล็กเป็นอาหารมือดึก เขาไม่ผิดนะ โยซอบลุกก่อน เขาก็แค่ ตอบสนองก็เท่านั้นเอง ไม่ผิด ไม่หื่น ไม่บ้ากาม ทุกอย่าง ยังโยซอบเป็นฝ่ายเริ่ม

 

 

 

 

 

 

 

 

“อิอิ อย่านะ!”ฮยอนซึงเอ่ยห้ามเมื่อจุนฮยองจะสาดน้ำทะเลใส่ตน

 

“ฉันขี้เกียจอาบน้ำใหม่”

 

“เดี๋ยวผมอาบให้ก็ได้”

 

“หยุดเลย ไม่งั้นฉันจะเรียกคุณหนูออกมา”

 

“ขู่กันอีกแล้ว ก็ได้ครับๆ”แล้วจุนฮยองก็ล้มเลิกความคิดที่จะแกล้งร่างบาง เขายังอยากที่จะอยู่กับคนน่ารักคนนี้อยู่

 

“ไม่ง่วงหรือไง”

 

“ถ้าง่วงฉันคงไม่อยู่ตรงนี้กับนายหรอก”

 

“เง้อ ตอบกวนนะเนี่ย”

 

“กวนอะไร ความจริงทั้งนั้น”ฮยอนซึงยักคิ้วให้เล่นเอาคนตัวโตอดที่จะยิ้มไม่ได้

 

“เดินเล่นตอนกลางคืนก็มีความสุขดีนะครับ ลมแรงดี เย็นด้วย รู้สึกหนาวขึ้นมาแล้วสิ”

 

พรึ่บ!

 

“ทำอะไรน่ะ”

 

“หนาวไม่ใช่หรือไง นายหนาวฉันก็กอด ผิดเหรอ”

 

“เอ่อ…”หน้าจุนฮยองดูเหวอจนแทบอยากจะหัวเราะ

 

“ไม่ผิดครับ ถูกต้องที่สุดเลย”จุนฮยองยิ้มกว้างออกมา เขารู้สึกดีเสียจริงๆ เขาเหล่มองร่างบางที่อมยิ้มอยู่เล็กน้อย

 

“อ๊าย! ยงจุนฮยอง นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย”

 

“ฮี่ๆ เล่นน้ำตอนกลางคืนกัน”

 

“อย่านะ! ไม่เอา! อ๊ากกกก!”

 

ตูม!

 

แล้วร่างบางก็ถูกโยนลงทะเลทันที

 

“นายบ้าไปแล้วเหรอ มานี่เลย!”

 

“อ๊าก! อย่านะครับฮยอนซึง”แล้วคนตัวโตก็ถูกจับกดน้ำอย่างรวดเร็ว

 

“ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้า อื้ออ ปล่อยฉัน ฮ่าๆๆ”ฮยอนซึงหัวเราะออกมาเมื่อถูกอุ้ม ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม

 

“ฮี่ๆ ปล่อยก็ได้ครับ”

 

“ไม่เอาๆ ไม่ให้ปล่อยแล้ว อ๊าก!”

 

ตูม!

 

แล้วก็ถูกคนตัวโตโยนลงน้ำอีกตามเคย เขาโผล่ขึ้นมาแล้วก็จ้องมองคนตัวโตด้วยสายตาดุๆ อยากจะตัวใหญ่ๆจริงๆเลย จะได้จับคนตรงหน้าทุ่มลงน้ำบ้าง

 

“นายตายแน่ ยงจุนฮยอง!”

 

“แน่จริงก็จับให้ได้สิครับ แบร่!”แลบลิ้นใส่แล้วก็ออกตัววิ่งหนีร่างบางที่วิ่งตาม เขาไม่ยอมให้โดนจับง่ายๆหรอก

 

“จับผมสิ จับผมสิ ฮ่าๆๆ”

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

 

“ฮ่าๆๆ”

 

“ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะของดังสองคนทำลายความเงียบที่มีมานานของสองหนุ่มที่นั่งไม่พูดไม่จามาหลายชั่วโมง คนหนึ่งเอาแต่นั่งกอดอกหน้าบึ้ง ส่วนอีกคนเอาแต่นั่งมองเด็กหัวสีอย่างนิ่งๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะนั่งมองเด็กหัวสีได้นานขนาดนี้โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เขาเดินตามมาด้วยความเป็นห่วง แต่ถูกตะหวาดใส่โดยไม่มีเหตุผลจนไม่อยากจะพูดอะไร ก็เลยนั่งเฝ้าอยู่อย่างนี้ คิดว่ายองวอนคงนั่งได้ไม่นาน แต่เขาคิดผิดอย่างสิ้นเชิง คนขี้โวยวายเล็กๆน้อยๆอย่างยองวอน นั่งนิ่งได้เป็นชั่วโมงขนาดนี้เลยเหรอ เขารู้สึกทึ่งจริงๆ

 

“เฮ้ออออ…….”ในที่สุดก็มีเสียงดังออกมาจากคนตัวเล็ก แม้จะเป็นเสียงหาวก็เถอะ

 

“นั่นนายจะไปไหน”

 

“กลับห้อง”ยองวอนพูดโดยไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เพราะเหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้เขาหงุดหงิดตัวเองเสียจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะตะหวาดใส่ ที่เขาทำอย่างนั้นเพราะทำตัวไม่ถูก ไม่อยากเจอหน้าคนคนนี้ในตอนที่มีอารมณ์แบบนี้ อยากจะขอโทษแต่ก็พูดไม่ออก

 

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า ตั้งแต่ตอนเต้นรำแล้วนะ”เขาถามออกมาด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้จะดูอาการแบบนั้นออกก็ตาม แต่ก็ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองแต่อย่างใด

 

“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ไปนะ”

 

“เดี๋ยวสิ!”

 

หมับ!!

 

คนตัวเล็กสะดุ้งอย่างตกใจเมื่อถูกจับข้อมือ เขามองมือนั้นด้วยใจที่สั่นไหวเป็นอย่างมาก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขานะ หงุดหงิดเสียจริงๆที่ไม่รู้ว่าตนเป็นอะไร

 

“ปล่อย!”พูดพร้อมกับสะบัดมือออก

 

“อึดอัดเหรอ”

 

“เปล่าหรอก ฉันแค่ง่วงนอน ไปนอนแล้วนะ”สบตากับคนตัวโตสักครู่ พอเห็นดราม่าไม่พูดอะไรก็เดินจากไปทันที

 

“โอ๊ย!”

 

“ยองวอน!”คนตัวโตรีบวิ่งไปหาคนตัวเล็กที่ล้มลงไปนั่งกับพื้นทราย

 

“นายเป็นอะไร”ยองวอนนั่งหน้าบูดมองเท้าตัวเองที่ตอนนี้มีเลือดออก

 

“เหยียบเปลือยหอยเหรอ”

 

“อะไรกัน รองเท้าก็ใส่ ยังจะทำร้ายกันได้อีก”บ่นด้วยน้ำเสียงงอแงเหมือนเด็ก แต่มันกลับทำให้คนได้ยินอมยิ้ม

 

“เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวฉันทำแผลให้”

 

“ไม่ต้องหรอก ฉันทำเองได้”

 

“อย่าดื้อสิ ลุกขึ้น”ทั้งสองคนสบตากันนิ่ง เด็กหัวสีถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกขึ้นโดยมีมืออบอุ่นของคนตัวโตคอยประคองเอาไว้ไม่ให้ล้ม

 

“เดินไหวไหม”

 

“อื้ม”แล้วทั้งสองก็เดินไปที่บ้านพักของตระกูลจาง

 

“ค่อยๆนั่งนะ”คนตัวเล็กนั่งลงที่โซฟา เขานึกโกรธเปลือยหอยเสียจริงๆ บาดมาได้ยังทั้งๆที่เขาเองก็ใส่รองเท้า มันเหมือนจงใจแกล้งกันชัดๆเลย

 

“ไหนดูแผลหน่อยซิ”

 

“ทำอะไรน่ะ”ยองวอนรีบชักเท้าหนีทันทีที่ดราม่าจะจับเท้าตนไปวางไว้บนตักของเขา

 

“ก็จะทำแผลไง เอาเท้ามา”

 

“ไม่ต้องๆ ไปวางไว้แบบนั้นมันน่าเกลียด”

 

“น่าเกลียดตรงไหน นี่นายเกรงใจคนอื่นเป็นเหมือนกันเหรอเนี่ย”ดราม่ายิ้มเล็กน้อยก่อนจะจับเท้าของคนตัวเล็กมาวางไว้บนตักของตน

 

“นี่ ขึ้นมานั่งบนโซฟาเถอะ”พูดทั้งๆที่ใจสั่นไปหมด เขาไม่เคยถูกกระทำแบบนี้มาก่อนเลยชีวิต

 

“นั่งไหนก็เหมือนกันแหละน่า อืม แผลไม่ลึกมาก เลือดก็หยุดไหลแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลก็ได้มั้ง ล้างแผลก็พอ”

 

“ทำอะไรก็ทำเถอะ”

 

“แสบหน่อยนะ”ยองวอนนั่งกัดปากแน่นเมื่อแอลกอฮอล์ถูกแผล ดราม่าเงยหน้าขึ้นไปมองเล็กน้อย ปกติคนถูกแอลกอฮอล์ต่างก็มีเสียงร้องดังออกมาเพราะแสบ แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงใดๆดังออกมาจากคนคนนี้

 

“นายไม่แสบเหรอ”

 

“แสบดิ รีบๆทำเร็ว เจ็บ”เขายิ้มออกมาบางๆ นี่ก็ไม่คิดว่าจะมีอยู่ในตัวของยองวอน ทำไมผู้ชายคนนี้แปลกไปเสียหมดเลย สิ่งที่ไม่คิดว่าจะมีกลับมีซะงั้น นี่เขามองคนพลาดได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ยองวอนมองคนตัวโตที่นั่งทำแผลให้ตนด้วยสายตาซาบซึ้ง อาการใจเต้นมันทำให้เขาจะบ้าตาย ทำไมต้องใจเต้นแบบนี้กับคนคนนี้ด้วยนะ

 

“เสร็จแล้ว อย่าเดินเยอะนะ เดี๋ยวแผลจะอักเสบ”

 

“เป็นหมอหรือไง”

 

“เป็นตำรวจ”เขาพูดพร้อมกับยิ้มกว้างให้ก่อนจะเดินเอากล่องยาไปเก็บ คนตัวเล็กได้แต่มองตามหลังด้วยความรู้สึกแปลกๆมันปั่นป่วนไปหมดจนน่าหงุดหงิด

 

“นายหิวหรือเปล่า ยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่”

 

“ไม่หิวหรอก โอ๊ะ!”ใบหน้าขาวชาไปทันทีที่ท้องร้องเสียงดัง เขาอยากจะเอาหน้ามุดดินเสียจริงๆ

 

“รออยู่นี่นะ เดี๋ยวไปหาอะไรมาให้กิน”

 

“ไม่ต้องๆ ฉันไม่อยากกิน”

 

“อย่าปฏิเสธเลย รอแปบนะ”แล้วคนใจดำก็เดินออกไปนอกบ้านเพื่อหาของกินมาให้ ยองวอนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะล้มตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผาก

 

“นี่มันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันเนี่ย ให้ตายเถอะ!”เขานอนคิดหน้าเครียด ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกเขินอายเมื่อคนใจดำมอง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใจเต้นเมื่ออยู่ใกล้ ไม่เข้าใจว่าทำไมหัวใจถึงได้พองโตเมื่อคนใจดำทำดีด้วย ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องแอบมองคนใจดำแบบนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เป็นตัวของตัวเองเลยเมื่ออยู่กับคนใจดำ เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!

 

“ฮ้าว ว ว ทำไมตามันจะปิด โอยย”แล้วดวงตาสดใสก็ค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ สงสัยเขาจะคิดมากเกินไปเลยทำให้หมดพลังงานถึงได้ง่วงขนาดนี้

 

“เอ๋…”ดราม่าที่เดินกลับมาพร้อมกับอาหารตกใจเล็กน้อยที่เห็นคนตัวเล็กหลับไป เขาอยากจะขำเสียจริงๆ คนชอบกินขนาดนั้นแต่กลับหลับทั้งๆที่เขากำลังจะเอาของกินมาให้เนี่ยนะ เขาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหาคนที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่

 

“นายนี่พิลึกคนจริงๆ”อมยิ้มเล็กน้อยให้กับคนแปลกๆที่เขาไม่ค่อยได้เจอนักในชีวิต เขาเดินขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อหยิบผ้าห่มของตนมาห่มให้กับคนตัวเล็ก

 

“นายเป็นคนยังไงของนายกันแน่นะ ยองวอน”มองใบหน้าที่หลับใหลด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

 

 

 

“ยะฮู้ววววววววววววววววว”เสียงตะโกนของดูจุนเล่นเอาโยซอบที่นั่งอยู่ชายหาดถึงกลับระอา เขามองสี่หนุ่มที่กำลังเล่นบานาน่าโบ๊ทอย่างสนุกสนาน ใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความสุข วันนี้วันดีจริงๆ

 

“ไอ้หมอนั่นนับวันยิ่งจะบ้า”

 

“ก็แฟนโยซอบไม่ใช่หรือไง”

 

“ยองวอน”

 

“แฮ่ๆ”เด็กหัวสียิ้มแหยะๆก่อนจะชะเง้อมองหนุ่มอีกคนที่อยู่บนบานาน่าโบ๊ทด้วย

 

“นายมองอะไร อย่าบอกนะว่าแอบมองดูจุนของฉันน่ะ”

 

“เฮ้ยๆ เปล่านะๆ ฉันไม่ชอบคนดำ”

 

“เค้าไม่เรียกกว่าดำ เค้าเรียกว่าเข้ม แล้วไอ้สี่คนที่กำลังสนุกอยู่นั่นก็ผิวเข้มเกือบหมดเลยนะ บอกมานายแอบมองใคร”

 

“เปล่าๆ”

 

“นายจะไปเซ้าซี้อะไรยองวอนนักหนาล่ะ โยซอบ”คนน่ารักหันไปมองคนตัวเล็กอีกคนที่นั่งกินนมอย่างสบายอกสบายใจ

 

“ฉันก็แค่อยากรู้นี่นา”

 

“กินนมก่อนไหม ตั้งแต่เช้านายดูหงุดหงิดแปลกๆ”

 

“ฉันโตแล้ว ไม่กินนมหรอก”

 

“นี่นายจะว่าฉันเป็นเด็กอย่างงั้นเหรอ”

 

“กีกวัง อย่าเสียงดังได้ไหม”ฮยอนซึงที่นอนอาบแดดใส่แว่นดำสบายอยู่นั้นพูดขึ้นมาบ้าง เขาหันไปมองน้องชายของตนด้วยสายตาดุๆเล็กน้อย

 

“ช่วยอยู่กันเงียบๆเถอะ”พอได้ยินคนโตสุดพูดทุกคนก็เลยนอนอาบแดดกันอย่างเงียบๆ

 

“ฮ่าๆๆ สนุกสนุดๆเล้ยยยย ยะฮู้วววววววววว”ดูจุนแหกปากตะโกนอย่างเมามันมากกว่าเพื่อน เขาแค่อยากจะตะโกนเพื่อระบายความอัดอั้นออกมาก็เท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่ตาข้าซ้ายเป็นรอยเขียวช้ำ ไม่ต้องถามหรกอนะว่าโดนอะไร หมัดแห่งรักของคนตัวเล็กอย่างจัง คิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าแล้วสยองไม่หาย โยซอบยังกับช้างตกมันเลย

 

“ยะฮู้วววววววววววว”

 

“แกจะตะโกนอะไรของแกนักหนาวะดูจุน”

 

“คนมันมีความสุขเว๊ย ฮ่าๆๆๆๆ ตะโกนด้วยกันสิพวก”

 

“ยะฮู้วววววววววววววววววว”แล้วทั้งสี่หนุ่ม จุนฮยอง ดูจุน ดงอุนและดราม่าก็แหกปากตะโกนกันสุดเหวี่ยง เสียงมันดังมากจนทำให้อีกสี่คนที่อยู่บนฝั่งชักจะรำคาญ แต่เพราะวันนี้เป็นวักพักผ่อนหรอกนะ ถึงได้ปล่อยให้หนึ่งวัน พวกเขาเลยนอนอาบแดดอย่างไม่สนใจ ส่วนสีหนุ่มก็เล่นเสียงดังอย่างไม่แคร์ใครเช่นกัน

 

ชีวิตของพวกเขายังไม่ถึงจุดจบ ทุกคงยังต้องดำเนินชีวิตของคนต่อไป ทุกอย่างเพิ่งจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นกับบททดสอบใหม่ของชีวิต ทุกคนยังต้องพบเจอกับอะไรมากมายที่จะผ่านเข้ามาพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ไม่ว่าต่อไปนี้ชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร พวกเขาก็จะยืนหยัดสู้อย่างถึงที่สุดเหมือนที่ผ่านมา

 

แม้ว่า จางฮยอนซึงจะเคยเป็นคนร้ายกาจมากแค่ไหน แต่ความรัก ความเอาใจใส่ ความห่วงใยก็ทำให้คนคนนี้เปลี่ยนไป เหมือนกับคำคำหนึ่งที่ว่า ความรักชนะทุกอย่าง

 

แม้ว่า ยงจุนฮยองจะเคยมองฮยอนซึงในแง่ร้ายมาก่อน แต่ก็เพราะคนคนนี้ถึงทำให้เขาได้รู้ว่า อย่ามองคนเพียงภายนอกและสิ่งที่เห็น แต่ให้มองลึกเข้าไปในหัวใจ ถึงจะเห็นตัวตนที่แท้จริงของคน

 

แม้ว่า ยุนดูจุน จะเคยประสบกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายแค่ไหน แต่เขาก็ฟันฝ่าผ่านมันมาได้ ด้วยความรัก ความหวังของคนที่เขารักและรักเขา

 

แม้ว่า ยังโยซอบจะเป็นคนที่รักการกินมาแค่ไหน แต่เหนือกว่าของกิน เขาก็รัก ยุนดูจุน ยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น

 

แม้ว่า ซนดงอุน จะเป็นคนที่เกลียดการโกหกมากแค่ไหน แต่เพราะความรักที่กีกวังมอบให้มันมากพอที่จะทำให้เขาเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนที่เขารัก

 

แม้ว่า จางกีกวังจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความอดทนเท่าไหร่นัก แต่เพื่อความรักแล้ว เขาสามารถที่จะอดทนและมองข้างความผิดพลาดหลายๆอย่างที่เกิดขึ้น เพื่อความรักที่ยั่งยืน

 

แม้ว่า ดราม่าจะรักยังโยซอบมากแค่ไหน แต่เขาก็เลือกที่จะรักอย่างสร้างสรร ไม่ทำลาย โดยการ อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ แม้ว่าเขาจะเจ็บ แต่ก็ยังดีกว่าเห็นคนที่เขารักเจ็บเพราะเขา

 

แม้ว่า ยองวอนจะไม่เคยรู้จักว่าความรักคืออะไร แต่เขาก็เริ่มรู้และเริ่มเข้าใจเมื่อดราม่ามาทำให้หัวใจปั่นป่วน ถึงแม้ว่าเขาจะคิดว่า ที่ตนใจเต้นแรงเพราะกำลังจะตายก็ตาม แต่ก็ไม่เห็นเขาจะตายเสียที

 

แม้ว่าฟิคเรื่องนี้จะ ปิดฉากลง แต่ไรเตอร์ก็อยากให้ทุกคนจดจำฟิคแสนยาวเรื่องนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป….

 

ขอโทษสำหรับข้อผิดพลาดทุกอย่างที่เกิดขึ้น

ขอโทษที่บางช่วงหายไปนานเหลือเกิน

ขอโทษที่ปล่อยให้ทุกคนต้องรอ

ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องอ่านฟิคยาวขนาดนี้

ขอโทษถ้าหากบางทีเราทำให้อะไรให้ใครไม่พอใจ

 

ขอบคุณสำหรับความสุขที่ทุกคนมอบให้

ขอบคุณสำหรับทุกคนที่เข้ามาอ่าน

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นที่ทำให้เรายิ้มไม่หุบ

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่มีให้กันเสมอมา

ขอบคุณสำหรับคำชื่นชมที่ทำให้หัวใจพองโต

ขอบคุณสำหรับความรักที่ทำให้ไรเตอร์คนนี้รู้สึกซาบซึ้งเหลือเกิน

 

แม้ว่าเราจะไม่รู้จักกัน แม้ว่าเราจะไม่เคยเห็นหน้ากัน แต่เราก็สามารถมอบความสุขให้กันได้ผ่าน ตัวหนังสือ

ขอบคุณจริงๆที่เฝ้าติดตาม เฝ้ารอ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ…..

 

Dangerous Boy

รักร้ายผู้ชายอันตราย !!!

 

Chapter 57  คนผิดสัญญา!!

 

 

“อื้อออออออออ”ริมฝีปากหนาของคนตัวเล็กถูปปิดทันทีจากร่างสูงด้านบน มือเล็กๆทุบตีหน้าอกกว้างอย่างหนัก แต่ร่างสูงก็ดูเหมือนจะไม่รู้สึกตัวเสียเลยว่ากำลังทำอะไรอยู่

 

“อื้อออ เฮ่อ!”ทั้งสองคนจ้องตากันนิ่ง ดวงตาของดงอุนมีแต่ความโกรธ กีกวังพยายามจะดิ้นให้หลุด แต่ร่างสูงก็ยังคงกดร่างเล็กเอาไว้

 

“นายมันบ้า! ปล่อยฉันนะ!”

 

“ปล่อยคุณเพื่อจะให้คุณไปหาไอ้ซีวอนงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!”

 

“ดงอุน! ฉันเกลียดนายแล้ว ปล่อยฉัน!”

 

“เกลียดเหรอ แน่ใจเหรอที่พูดมา หึ!”

 

“อ๊า!!”คนตัวเล็กร้องออกมาเมื่อข้อมือถูกบีบอย่างแรง

 

“ผมจะทำให้คุณไม่มีหน้าไปเสนอตัวให้ผู้ชายคนไหนอีก”

 

กึก!!

 

“ดงอุน อย่านะ นายไม่มีสิทธิ์ทำกับฉันแบบนี้นะ”

 

“สิทธิ์ในความเป็นผัวคุณ พอไหม”

 

“อื้อ!!”ร่างสูงก้มหน้าลงไปบดขยี้ริมฝีปากหนา ตอนนี้เขาไม่สามารถความคุมอารมณ์โกรธของตัวเองได้แล้ว ยิ่งนึกถึงหน้าซีวอนนั่นยิ่งโกรธ ภาพของคนตัวเล็กที่กอดแขนซะแนบชิด มันทำให้เขารับไม่ได้จนถึงขั้นกินเหล้ากันเลยทีเดียว

 

“อื้อออ”น้ำตาของกีกวังไหลออกมา แต่มันก็ไม่ทำให้คนที่ขาดสติสำนึกอะไรเลยสักนิด

 

“ดงอุน!”

 

แขวก!!

 

เสื้อของคนตัวเล็กถูกฉีกด้วยอารมณ์โกรธของร่างสูง เขาพยายามที่จะดิ้น แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บ เพราะร่างสูงไม่ปล่อยเขาเลย

 

แขวก!!

 

“อ๊าก! ดงอุนปล่อยฉัน!”เท้าของกีกวังดิ้นไม่หยุด เขาอยากจะถีบคนบนตัวไปให้พ้นเสียจริงๆ นี่ไม่ใช่แบบที่เขาคิด นี่ไม่ใช่แบบที่เขาต้องการ ถึงแม้จะรักร่างสูงมาก แต่ก็ไม่ต้องการที่จะตกเป็นของเขาโดยไม่เต็มใจแบบนี้

 

พรึ่บ!!

 

“ดงอุน!!”กางเกงของคนตัวเล็กถูกดึงออก ส่วนเสื้อที่ถูกฉีกขาดก็ถูกโยนลงพื้น ตอนนี้ร่างเล็กมีเพียงแค่กางเกงในตัวเองที่เหลืออยู่ ริมฝีปากบางโน้มลงไปไซร้ซอกคอย่างหื่นกระหาย ร่างเล็กก็เอาแต่ดิ้น ดิ้น ไม่ว่าจะดิ้นยังไงก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากผู้ชายคนนี้ได้ แต่เขาก็ไม่อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ สิ่งที่ดงอุนกำลังทำมันคือสิ่งที่เขาไม่สามารถรับได้

 

“อื้ออออออ!!”คนตัวเล็กน้อยร้องไห้ครางออกมาเมื่อถูกสัมผัสจุดอ่อนไหว ถึงแม้เขาจะปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับตอบสนองอย่างน่าสมเพช

 

“ดงอุน! ฮึก! ปล่อยฉัน อย่าทำแบบนี้”ร่างสูงไม่ฟังร่างเล็กเลยสักนิด เขาจูบร่างเล็กที่เอาแต่ดิ้นไปทั่วร่างกาย จนคนตัวเล็กรู้สึกเจ็บ น้ำตาที่ไหลออกมาไม่ได้ช่วยเรียกสติของร่างสูงกลับมาเลย

 

“อื้ออ!!”ริมฝีปากหนาถูกบดขยี้อีกครั้ง ความต้องการของดงอุนเพิ่มทวีคูณ ทั้งความโกรธและฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ไม่มีอะไรที่จะหยุดอารมณ์ดิบที่ตื่นตัวของเขาได้แล้ว จุดอ่อนไหวค่อยๆแข็งตัวขึ้นตามสัญชาตญาณ มือของเขาทำหน้าที่ถอดกางเกงของตัวเองออก

 

“อื้ออ! อ่อย! อื้ออ!”

 

“อ๊าก!!”ร่างสูงถอนจูบออกมาเมื่อถูกฟันของร่างเล็กกัดเข้า ริมฝีปากรู้สึกได้ถึงของเหลวที่กำลังไหลออกมา กีกวังมองอย่างตกใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย แค่เพียงให่อยากให้ดงอุนทำผิดก็เท่านั้น ร่างเล็กมองร่างสูงร่างสูงกำลังอึ้งเห็นอย่างนั้นจึงใช้โอกาสอันน้อยนิดเพื่อจะหนีจาตรงนี้ จากห้องนี้ จากผู้ชายที่กำลังขาดสติตรงหน้า

 

หมับ!!

 

“อ๊า!!”แต่เขาก็หนีไม่พ้น ร่างสูงบีบข้อมือแน่นแล้วก็จูบปากอีกครั้ง สอดลิ้นอุ่นๆเข้าไป แต่ร่างเล็กกลับไม่เล่นด้วย

 

“อื้อออ!!”ดงอุนจัดการถอดกางเกงของตนได้จนสำเร็จ เขาดันร่างเล็กเล็กน้อย ก่อนจะจับคนตัวเล็กแหกขาออก

 

“ปล่อยนะ ไอ้บ้า อ๊ากก!!”ถึงแม้คนตัวเล็กจะส่งเสียงร้องอย่างไร ก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำให้ร่างสูงหยุดการกระทำอันชั่วร้ายของตนได้เลยสักนิด

 

“อื้อออ!!”กีกวังถูกหมุนตัวให้อยู่ในท่านอนคว่ำ เขายังคงดิ้นสู้ไม่หยุด ทั้งๆที่รู้ว่าสู้ไม่ได้ แต่เพื่อจะเตือนสติอันน้อยนิดของร่างสูงว่าสิ่งที่กำลังทำมันไม่ถูกต้อง เขาก็จะดิ้น ดิ้นจนกว่าร่างสูงจะรู้สึก ซึ่งมันดูเหมือนไม่มีทางเป็นไปได้เลย

 

“ดงอุน! ปล่อยฉันนะ อ๊า!!อื้ออออออ!!”ร่างเล็กกำหมัดแน่นเมื่อถูกของแข็งสอดใส่เข้าช่องทางรักของตน น้ำตาไหลออกมามากกว่าเดิม ความเจ็บปวดวิ่งพล่านไปทั่วร่างกาย เจ็บ เจ็บเหลือเกิน

 

“อื้ออออออออ ฮึก!”ครางออกมาทั้งน้ำตาเมื่อร่างสูงเคลื่อนไหวร่างกายของตน

 

“ฮือออ ฮึกๆ อื้ออ ฮึก!”แล้วเพลงรักของร่างสูงก็เริ่มบรรเลงขึ้นโดยไม่สนใจเสียงร้องไห้ของร่างเล็กเลยสักนิด น้ำตาที่ไหลออกมาล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความเสียใจและความผิดหวัง

 

“ฮึกๆ ฮึกๆ อือ! ฮึกๆ”กีกวังกำหมัดพร้อมกับเม้มปากแน่น เขาเจ็บไปถึงขั้วหัวใจ ทรมานแทบขาดใจกับสิ่งที่ร่างสูงทำกับตน นี่มันคือการขืนใจกันชัดๆ ไม่ใช่ความยินยอม

 

“อ๊า!!”แรงกระแทกจากด้านหลังทำให้ต้องร้องออกมา เสียงร้องที่ไปกระตุ้นอารมณ์ของร่างสูง

 

ซนดงอุน! นายมันคนผิดสัญญา!

 

“ฮืออ!”น้ำตาของกีกวังไหลลงมาไม่หยุด ส่วนร่างสูงก็กระทำไม่หยุด

 

“อ่าส์!”เสียงครางของร่างสูงยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่ กำลังมีความสุขอยู่บนความทุกข์และน้ำตาของเขาอย่างงั้นเหรอ?

 

“อ่าส์! อ่าส์!”ดงอุนยังครางทำร้ายจิตใจคนที่ร้องไห้ไม่เลิก ไม่ได้รู้เลยใช่ไหมว่าร่างเล็กกำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดแค่ไหน ไม่ได้รู้เลยใช่ไหมว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังทำมันทำลายความเชื่อมั่นที่คนตัวเล็กมีต่อตนมากแค่ไหน

 

“อ๊า! ฮืออออ”มือทั้งสองจิกผ้าปูที่นอนแน่น ความเจ็บปวดของเขา ดงอุนไม่ได้รับรู้ถึงมันเลย

 

“อื้อ! อื้อ! อื้อ!”เสียงครางดังติดต่อกันเมื่อร่างสูงใกล้จะสำเร็จความใคร่ เขากระแทกแรงเข้ามามากขึ้น เร็วมากขึ้น ร่างเล็กที่อยู่ภายใต้การควบคุมก็ได้แต่กำหมัดแน่นพร้อมกับปล่อยน้ำตาไหลออกมา คนหนึ่งกำลังจะสำเร็จความใคร่แต่อีกคนกำลังจะขาดใจตาย

 

“อ๊า!!”เสียงครางสำเร็จความใคร่ของร่างสูงดังออกมา เขาล้มตัวลงนอนแนบใบหน้ากับแผ่นหลังสวยของกีกวัง ตัวของเขากระตุกไม่หยุด รวมทั้งตัวของคนตัวเล็กด้วย แม้จะไม่เต็มใจแต่ก็ไม่สามารถห้ามสัญชาตญาณของอารมณ์ทางเพศได้

 

“ฮือออ”เมื่อสำเร็จความใคร่ของตนก็ดึงอวัยวะเพศของตนออก

 

ตุบ!!

 

ล้มตัวลงนอนข้างคนตัวเล็กอย่างหมดแรง ภาพนั้นยิ่งทำให้ความเสียใจของกีกวังมีมากกว่าเดิม เขาค่อยๆล้มตัวลงนอน สีหน้าเจ็บปวดเป็นอย่างมาก คนตัวเล็กดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดร่างกายเปลือยเปล่าของตน ก่อนจะกอดตัวเองร้องไห้อยู่อย่างเงียบๆ นี่น่ะหรือคนที่บอกว่ารักกัน นี่น่ะหรือคนที่เคยสัญญากัน ทำไมถึงทำกับเขาได้ถึงขนดานี้

 

“ฮึกๆ”

 

พรึ่บ!!

 

“กีกวัง ผมรักคุณนะ”

 

จุ๊บ!!

 

ดงอุนดึงคนตัวเล็กเข้าไปกอดพร้อมกับจูบหน้าผากเบาๆ จูบเขาทั้งๆที่ไม่ลืมตาขึ้นมามองเขาสักนิด ไม่เห็นน้ำตาของเขาเหรอ ไม่เห็นหรือไงว่าเขากำลังเสียใจ กีกวังมองใบหน้าของร่างสูงที่กำลังหลับอย่างผิดหวัง เขาไม่สามารถช่วยร่างสูงให้รักษาสัญญาได้อีกแล้ว น้ำตาของเขาไม่สามารถกั้นเอาไว้ได้อีกแล้ว กีกวังส่ายหน้า ก่อนจะผละตนออกจากอ้อมกอดของร่างสูง ไม่รู้ว่าตื่นขึ้นมาแล้วจะจำได้ไหมว่าทำอะไรกับเขาเอาไว้

 

“ฮึกๆ”ร่างเล็กยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาของตน ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่ เสื้อของเขาขาดไม่เหลือซาก รุนแรงกับเขาถึงเพียงนี้แล้วยังมีหน้ามาบอกว่า รักเขา อีกอย่างงั้นเหรอ คิดแล้วมันน่าน้อยใจยิ่งนัก เขายกมือกอดตัวเองที่มีแต่รอยแดงช้ำ ก่อนจะพาตัวเองเข้าห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายที่บอบช้ำจากการกระทำของคนไร้สติ

 

ซ่า ซ่า ซ่า

 

“เฮือก!”ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อน้ำถูกตัว เขาถอนหายใจออกมาก่อนจะค่อยๆทรุดตัวลงนั่งปล่อยให้น้ำกลบน้ำตาที่กำลังไหลออกมาไม่หยุด สีหน้า แววตาและท่าทางของดงอุนเมื่อกี้ มันช่างทิ่มแทงหัวใจของเขาเสียจริงๆ นี่ไม่ใช่อย่างที่เขาคิด สัมผัสที่อ่อนหวาน สัมผัสที่นุ่มนวล แววตามีแต่ความรักเอ่อล้น มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว ยิ่งคิดยิ่งเจ็บ ยิ่งคิดยิ่งน้ำตาไหล เขาจับก้นของตนเล็กน้อยเพราะรู้สึกแสบอย่างที่ไม่เคยเป็น เสียงสะอื้นยังคงดังไม่หยุด เจ็บร่างกายไม่เท่าไหร่ แต่เจ็บใจนี่สิ ทรมานยิ่งกว่า

 

“คนบ้า ฮึกๆ ฮือออออออออออ”เสียงร้องไห้ดังก้องทั่วห้องน้ำในยามค่ำคืนอันเงียบสงบของญี่ปุ่น พรุ่งนี้จะยังมีเสียงหัวเราะและรอยยิ้มอีกหรือเปล่านะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

จุ๊บ! จุ๊บ! จุ๊บ!

 

ริมฝีปากหนาจูบเบาๆที่ไหล่สวยๆของคนที่ยังหลับไม่ตื่น เขาอมยิ้มออกมาเล็กน้อย

 

จุ๊บ! จุ๊บ!

 

เล่นซุกซนไม่เลิก จากไหล่สวยก็ค่อยๆเลื้อยไปที่ซอกคอขาว

 

“อื้อ!”คราวนี้ได้ผล เมื่อร่างบางรู้สึกตัว ฮยอนซึงถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆลืมตาขึ้น

 

“อรุณสวัสดิ์ครับ ฮยอนซึง”น้ำเสียงสดใสของคนตัวโตทำให้ร่างบางหันไปมอง รอยยิ้มสดใสแบบนั้น…น่ารักตายแหละ!

 

“ตื่นช้ากว่าผมอีก”ฮยอนซึงกระพริบตามองคนข้างๆ เขากำลังไล่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน มือเล็กๆจับตัวของตัวเองก่อนจะพบว่าไม่ได้ใส่อะไรเลย แล้วเขาก็เลื่อนไปจับของอีกคนจนคนถูกจับรู้สึกเสียววาบขึ้นมา

 

“อยากต่อหรือไง เมื่อคืนไม่พอเหรอ”ทั้งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตาเจ้าเล่ห์และคำพูดเจ้าเล่ห์มันชวนให้หน้าแดงเสียจริงๆ ฮยอนซึงยิ้มแหยะๆก่อนจะค่อยๆมุดตัวลงใต้ผ้าห่ม เมื่อคืนอุตส่าห์หนีแทบตาย แต่ก็เสร็จคนตัวโตจนได้

 

“หลบหน้าผมทำไม รู้หรอกน่าว่าอาย”ร่างบางหันไปมองหน้าคนข้างๆที่มุดตามลงมาเล็กน้อย

 

“นายนี่มัน อื้อ!”ดวงตาเบิกกว้างเมื่อจู่ๆคนตัวโตก็กลิ้งมานอนทับตัวเอง ร่างกายที่เปลือยเปล่าเมื่อแนบชิดกันมันชวนให้เกิดความรู้สึกง่ายเสียจริงๆ

 

“ทำบ้าอะไรของนาย”

 

“อยากกินอาหารเช้า จานโปรดที่ชื่อ จางฮยอนซึงจัง ง่ำ!”จุนฮยองกดจูบหนักๆลงที่หน้าอกของฮยอนซึง เล่นเอาร่างบางหัวเราะออกมาเพราะรู้สึกจั๊กจี้

 

“ทำบ้าอะไรของนาย ลงไปจากตัวฉันเลยนะ หนัก!”

 

“แล้วถ้าผมไม่ลงล่ะ”

 

“ถ้านายไม่ลง ฉันก็จะไปตามคุณหนูมาปราบนาย!”

 

“โห เล่นเอาคุณหนูมาปราบเลยเหรอ”

 

“ใช่ จะลงหรือไม่ลง”

 

“อืม ขอคิดดูก่อนนะ”จุนฮยองทำท่าครุ่นคิดอย่างน่าหมั่นไส้ แล้วเขาก็ยิ้มออกมาพร้อมกับสบตากับร่างบางนิ่ง

 

“จะเอาคุณหนูมาปราบผมหรือเอาคุณหนูมาให้ผมปราบ แบบไหนมีความเป็นไปได้มากกว่ากันนะ”

 

“นายนี่มัน! จริงๆเลย”

 

“โอ๋ๆ งอนหน้าบูดแต่ก็ยังดูสวย คนอะไรเนี่ย”

 

“นี่! กล้าดียังมาชมฉันสวย อย่าพูดคำนี้อีกนะ ไม่ชอบ!”

 

“ไม่ชอบ แต่หน้าแดง หมายความว่ายังไงน๊า”

 

“ยงจุนฮยอง!!”

 

ตุบ!!

 

“โอ๊ย!!!”คนตัวโตลงไปกองกับพื้นทันทีเมื่อคุณหนูเข้าประทับร่าง ฮยอนซึงลุกขึ้นนั่งพร้อมกับผ้าห่มที่คลุมตัวเองไว้ เขาหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

 

“สมน้ำหน้า โดนคุณหนูถีบเลย ฮ่าๆ”

 

“ทำไมคุณหนูมาเร็วจัง แบบนี้ต้องรีบปราบซะแล้ว”

 

“อ๊าย! อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นเจอดีแน่!”

 

“ครับ เจอดีแน่ ของดีนะ”

 

พรึ่บ!!

 

จุนฮยองกระโดดตระครุบฮยอนซึง แต่ร่างบางก็หนีทัน

 

“แบร่! จ้างให้ก็จับฉันไม่ได้หรอก อิอิ อื้อ!”ยังหัวเราะไม่ทันไรก็ถูกคนตัวโตจับข้อเท้าเสียแล้ว

 

“จับคุณหนูได้แล้ว กินคุณหนูเป็นอาหารเข้าดีกว่า”

 

“อ๊าย! อย่านะ”ถึงแม้ปากจะร้องห้ามแต่ตอนนี้ร่างบางก็ถูกกอดแนบแน่นเสียแล้ว

 

“นี่! เล่นอะไรเนี่ย เมื่อคืนก็เยอะแล้ว”

 

“เยอะอะไร ผมยังไม่หายอยากเลย”

 

“นายเป็นไอ้บ้าหื่นกามหรือไงฮะ!”

 

“ครับผม”

 

จุ๊บ!!

 

“อื้อ! ยงจุนฮยอง!”ร่างบางจ้องหน้าคนทะเล้นนิ่งเมื่อถูกขโมยหอมแก้ม

 

“เรียกชื่อ อยากให้หอมอีกข้างเหรอครับ”

 

“จะบ้าเหรอ ปล่อยฉันนะ ฮ่าๆ ฮ่าๆ”ร่างบางดิ้นอย่างแรงเมื่อถูกคนตัวโตจี้เขาที่เอว

 

“ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ ปล่อยฉัน ยงจุนบ้า! ปล่อย ฮ่าๆๆ”

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

 

“คุณหนูคะ”

 

กึก!!

 

ทั้งสองคนถึงกลับหยุดชะงักคุณยายมาเคาะประตูเรียก

 

“ยายเข้าไปนะ”

 

“คุณยาย!”ทั้งสองคนถึงกลับอ้าปากค้างอย่างตกใจ

 

แอ๊ดดดดดดดด

 

“ตายแล้ว ยังไม่ตื่นอีกเหรอคะ”

 

“แฮ่ๆ พอดีอากาศดีก็เลยนอนเพลินไปหน่อยครับ”ฮยอนซึงยิ้มให้กับคุณยายอย่างไม่สบายใจนัก

 

“อากาศก็ออกจะเย็นสบาย ทำไมถึงห่มผ้าซะมิดชิดขนาดนั้นล่ะคะ”

 

“เอ่อ! ผมชอบครับ”ฮยอนซึงรีบพูดห้ามเพื่อไม่ให้คุณยายดึงผ้าห่มของตนออก ไม่งั้นมีหวังได้เจออีกคนในสภาพเปลือยที่กอดเขาแน่นอยู่ใต้ผ้าห่มแน่

 

“อ่อ ลงไปทานข้าวได้แล้วนะ ยายทำอาหารรอเรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวไปตามพ่อหนุ่มจุนฮยองก่อน”

 

“เอ่อ จุนฮยองไม่อยู่หรอกครับ”

 

“อ้าว ไปไหนเหรอคะ”

 

“หมอนั่นคงออกไปวิ่ง อีกสักพักก็คงจะกลับ”

 

“เหรอคะ ทำไมยายถึงไม่เห็นนะ”

 

“เค้าออกไปแต่เช้าแล้วล่ะครับ แฮ่ๆ”

 

“อ่อ ค่ะๆ รีบลงไปนะคะ”คุณยายยิ้มหวานให้กับคุณหนูของตน เธอกำลังจะเดินออกไปแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อหันไปเห็นเสื้อผ้าที่ถอดกระจายอยู่ที่พื้น

 

“เสื้อผ้าคุณหนู”

 

“เอ่อ…..”

 

“ชุดนอนนี่คะ แล้ว….”

 

“ผมเป็นพวก….ชอบเปลือยนอนครับ”ฮยอนซึงพูดอย่างอายๆ คำตอบของเขาเล่นเอาอีกคนถึงกลับหัวเราะอยู่ในใจ

 

“อ้อ เหรอคะ งั้นยายไม่กวนแล้วนะ รีบใส่เสื้อผ้านะ เดี๋ยวจะเป็นหวัด”

 

“ครับ”คุณยายยิ้มให้กับเขาอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป

 

“อิอิ”เสียงหัวเราะของจุนฮยองทำให้ร่างบางเกิดความหมั่นไส้ขึ้นมา

 

ตุบ!!

 

“โอ๊ย! ผมเจ็บนะ”แล้วจุนฮยองก็โผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม เขามองฮยอนซึงหน้าบึ้ง

 

“ลุกขึ้นได้แล้ว ใส่เสื้อผ้าแล้วกลับห้องนายไปซะ”

 

“โหดร้าย ใช้งานเสร็จก็ไล่”

 

“ยงจุนฮยอง!”

 

“โอเคครับๆ”

 

จุ๊บ!

 

“นี่นาย!”จุนฮยอยิ้มร่าเมื่อขโมยจุ๊บปากร่างบางได้ เขารีบสวมใส่เสื้อผ้าของตนอย่างรวดเร็ว

 

“ผมเพิ่งรู้นะครับว่า….ฮยอนซึงเป็นพวกโรคจิตชอบเปลือยนอน”

 

“จุนฮยอง!!”

 

ปัง!!

 

ตุบ!!

 

คนตัวโตวิ่งออกจากห้องทันก่อนที่จะถูกหมอนปาใส่ ฮยอนซึงกอดอกอย่างอารมณ์เสีย

 

“น่าอายที่สุดเลย ฮึ่ย!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อ่า ทำไมปวดหัวจังเลย”ร่างสูงที่นอนบนเตียงเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังลุกขึ้นนั่ง เขายกมือขึ้นมาจับหัวตัวเอง ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง ห้องที่ว่างเปล่าไร้ร่างของคนตัวเล็ก เขาขมวดคิ้วตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อนเดินไปอาบน้ำ แต่ก็ต้องแปลกใจตัวเองกับสภาพของตนในตอนนี้ที่เปลือยเปล่า

 

“เฮ้ย!”ร่างสูงมีสีหน้าตกใจเต็มที่ ตอนนี้สมองของเขามึนงงไปหมดไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน เขานั่งย้อนคิดถึงเรื่องเมื่อวาน จำได้ว่าออกไปบริษัทของเพื่อนคุณจาง แล้วก็บังเอิญไปเจอแม่แอร์โฮสเตสสาวเข้าระหว่างทางที่จะกลับมาโรงแรม พอเดินเข้ามาก็เจอกับร่างเล็กอยู่กับซีวอน ซึ่งพอเขาเห็นแล้วรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก เพราะไม่อยากให้กีกวังไปยุ่งกับคนเลวแบบนั้น กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหมือนกับฮยอนซึง ร่างเล็กเดินเกาะแขนซีวอนออกไป มันยิ่งทำให้เขาโกรธ เขาโมโหเป็นอย่างมากพอกลับมาที่ห้อง…..

 

ดงอุนมองไปรอบห้องอีกครั้งก่อนจะเจอกับไวน์สามขวดที่วางอยู่ หนึ่งขวดหมดเกลี้ยง อีกขวดเหลือครึ่งหนึ่งส่วนอีกขวดยังไม่ได้ดื่ม ขวดไวน์พวกนั้นมันยิ่งทำให้เขาตกใจ เพราะเขาเป็นคนคออ่อนดื่มไม่เก่ง แต่นี่ล่อดื่มไปตั้งขวดครึ่ง มิน่าล่ะถึงได้ปวดหัวมากขนาดนี้ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา ดงอุนพยายามนึกอีกครั้ง ภาพของกีกวังที่เดินกลับเข้ามาในห้อง แล้วเหมือนทั้งสองจะมีปากเสียงกัน

 

 

“นายมันบ้า! ปล่อยฉันนะ!”

 

“ปล่อยคุณเพื่อจะให้คุณไปหาไอ้ซีวอนงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!”

 

“ดงอุน! ฉันเกลียดนายแล้ว ปล่อยฉัน!”

 

“เกลียดเหรอ แน่ใจเหรอที่พูดมา หึ!”

 

“อ๊า!!”คนตัวเล็กร้องออกมาเมื่อข้อมือถูกบีบอย่างแรง

 

“ผมจะทำให้คุณไม่มีหน้าไปเสนอตัวให้ผู้ชายคนไหนอีก”

 

 

กึก!!

 

ร่างสูงถึงกลับเบิกตากว้างเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนทำอะไรลงไป หัวใจของเขาเต้นรัว เสียงร้องไห้ น้ำตาของคนตัวเล็กที่เมื่อคืนเขาไม่ได้ใส่ใจมันเลยสักนิด มันทำให้เขารู้สึกเจ็บเป็นอย่างมาก เขามองร่างกายเปลือยเปล่าของตนก่อนจะทุบตีอย่างเกลียดชังที่ทำอะไรแบบนั้นไป

 

ตุบ! ตุบ!

 

“ไอ้ดงอุน แกมันคนน่าเกลียด น่าเกลียดๆๆ”

 

ตุบๆๆๆ

 

“อ๊ากกกกกก!!!”เขาตะโกนออกมาสุดเสียง ไม่ว่าจะรู้สึกผิดมากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เขาทำพลาดไปได้อีกแล้ว เขากำหมัดแน่นอย่างเจ็บใจ จุกแน่นที่หน้าอก เหมือนจะขาดใจตายเอาให้ได้

 

“คุณกีกวัง!”เมื่อนึกถึงหน้าของร่างเล็กมันก็ทำให้น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมา เขาเช็ดน้ำตาของตนก่อนจะรีบใส่เสื้อผ้า

 

[หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้]

 

[หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้]

 

“โธ่เว๊ย!!”ดงอุนถอนหายใจออกมา คนตัวเล็กปิดเครื่อง ตอนนี้ก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ที่แกลลอรี่นั่นก็ไม่มี ในโรงแรมหาจนทั่วก็ไม่มี หัวใจของเขากระวนกระวายแทบจะขาดอยู่แล้ว

 

ติ๊ง!

 

“ฉันกำลังจะไป นายถึงหรือยัง”เสียงของซีวอนที่กำลังเดินมาทำให้ดงอุนหันไปมอง เขาไม่รอช้ารีบวิ่งไปหาชายหนุ่มทันที

 

“อะไรนะ ไม่ไปแล้วงั้นเหรอ ทำไม!”ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววกังวลขึ้นมาทันที ไม่มีครั้งไหนที่คนปลายสายจะกล้าไม่ไปตามนัดเขา มันทำให้เขารู้สึกแปลกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก บางอย่างบอกเขาว่า จะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ

 

“อย่างงั้นเหรอ อื้ม ถ้าอย่างงั้นฉันจะเลยไปทำงายเลยแล้วกัน เจอกันตอนเย็นนะ บายที่รัก”

 

ติ๊ด!

 

กึก!

 

ดงอุนเดินมาหยุดตรงหน้าชายหนุ่มด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ซีวอนมองดงอุนด้วยความสงสัยเล็กน้อย คิดไม่ออกมาเลยคนตรงหน้ามีธุระอะไรกับตน

 

“มีอะไรกับฉันอย่างงั้นเหรอ”

 

“นายเอากีกวังไปไว้ไหน”

 

“นายพูดเรื่องอะไร”

 

“อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไปหน่อยเลย บอกฉันมา!”

 

พรึ่บ!!

 

ดงอุนใช้มือทั้งสองข้างกระชากของเสื้อของชายหนุ่ม เขาจ้องตาไม่กระพริบ

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายมีปัญหาอะไรกับคุณกีกวัง แต่ที่รู้ๆเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน”

 

“ไม่เกี่ยวอย่างงั้นเหรอ!”

 

“ใช่! ไม่เกี่ยว!”

 

“นาย!”ดงอุนทำท่าจะต่อยคนตรงหน้า แต่เขากลับเปลี่ยนใจ เพราะสายตาของซีวอนบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ได้โกหกเขา ถ้าขืนต่อยไปมีแต่จะเสียเวลาเปล่าๆ ท่าทางกระวนกระวายของดงอุนเริ่มทำให้ซีวอนรู้สึกไม่ดี

 

“คุณกีกวัง ไปไหนเหรอ”

 

“ถ้าฉันรู้จะมาถามนายทำไม ให้ตายเถอะ!”ใจของซีวอนชักจะเริ่มมั่นใจอะไรบางอย่างขึ้นมา เขาไม่รอช้ารีบกดโทรหาคนที่เพิ่งวางสายไปเมื่อสักครู่ทันที

 

[หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้]

 

“ปิดเครื่อง!”พอเป็นแบบนี้ยิ่งทำให้เขารู้สึกมั่นใจลางสังหรณ์ของตนเอง

 

“คุณฮีชอล อยู่ไหน!”ชื่อที่ซีวอนเรียกออกมาทำให้ดงอุนหันไปมองด้วยความตกใจ

 

“บอกฉันมา ไม่งั้นนายตกงานแน่…..งั้นเหรอ”

 

ติ๊ด!

 

ซีวอนวางสายลงพร้อมกับสบตากับดงอุนนิ่ง

 

“มองแบบนี้…อย่าบอกนะว่า!”ซีวอนไม่พูดอะไร เขารีบวิ่งออกไปจากโรงแรมทันที ดงอุนเห็นแบบนั้นยิ่งโกรธเกลียดเข้าไปใหญ่ เขารีบวิ่งตามซีวอนไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนกำลังมุ่งไปหาบุคคลอันตรายที่ใครๆก็ไม่อยากเข้าใกล้

 

คุณกีกวัง ผมกำลังไปหาคุณ รอผมนะ

 

คิมฮีชอล เมื่อไหร่จะหยุดเสียที นายไม่รู้หรือไงว่าฉัน…….

 

 

 

 

 

 

 

ติ๊งหน่องๆๆๆ

 

เสียงกดกริ่งแต่เช้าทำให้คนตัวเล็กที่นั่งทำงานออกแบบบ้านอยู่นั้นแปลกใจเล็กน้อย

 

“ใครมาแต่เช้า”เขาละจากงานของตนวิ่งไปเปิดประตูให้

 

“สวัสดีคร๊าบบบ เพื่อนบ้านใหม่ ยองวอน มาทำความรู้จัก”โยซอบกระพริบตาปริบๆกับชายหนุ่มน่ารักตรงหน้าที่ยิ้มหน้าบานพร้อมกับทำตา ปิ๊งๆ ใส่ตน

 

“เอ่อ…..”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคร๊าบบบบบ”ยองวอนโค้งหัวให้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ขยิบตาให้คนที่ยืนเอ๋ออยู่

 

“เอ่อ สวัสดี ฉัน ยังโยซอบ ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

“ว้าว ชื่อน่ารักและเข้ากับตัวเสียจริงๆ ฮี่ๆ”

 

“แฮ่ๆ”

 

“นี่ของขวัญ ผมให้”

 

“ตุ๊กตาหมี ให้ฉันเหรอ”

 

“อื้ม ให้เพื่อมิตรภาพที่ยั่งยืนนนนนนนนน”ยองวอนพูดเสียงดังพร้อมกับอ้าแขนออก เพื่อให้เพื่อนบ้านใหม่อย่างโยซอบได้เห็นว่า ยั่งยืนของเขานั่นมันมากเท่าไหร่

 

“แต่มันไม่ใช่ยั่งยืนแค่นี้นะ พอดีแขนผมสั้นไปหน่อย แฮ่ๆ”ท่าทางน่ารัก สดใส ร่าเริงของคนตรงหน้าทำให้โยซอบอดขำไม่ได้

 

“อ่าฮะ เพื่อมิตรภาพที่ยั่งยืน เข้ามาดื่นอะไรหน่อยไหม”

 

“เข้าได้เหรอ ไม่เป็นการรบกวนใช่ไหม”

 

“ไม่หรอก เข้ามาสิ”ยองวอนยิ้มหวานก่อนจะเดินตามโยซอบเข้าบ้านไป

 

“โหวววว บ้านโคตรน่าอยู่เลยอ่า”

 

“ขอบใจ นั่งรอสักครู่นะ เดี๋ยวเอาน้ำให้ดื่ม”

 

“อื้ม”

 

“น้ำเปล่าดื่มได้ใช่ไหม”

 

“อยู่แล้ว มีอะไรก็เอามาเถอะผมไม่เกี่ยงการกิน”คำพูดของคนน่ารักนั่นมันช่างถูกใจโยซอบเหลือเกิน

 

“แบบนี้คบกันยาว อิอิ”แล้วโยซอบก็เดินเข้าครัวเพื่อหาอะไรให้เพื่อนบ้านใหม่ได้กิน

 

แอ๊ดดดดดดดด

 

เสียงเปิดประตูทำให้ยองวอนหันไปมองพร้อมกับยิ้มหวานให้ รอยยิ้มนั่นเล่นเอาดูจุนถึงกลับหน้าชา เพราะคนตรงหน้าเป็นคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก เขาโค้งหัวพร้อมกับยิ้มบางๆให้ เพราะคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จักนั้นยังเอาแต่นั่งยิ้มแล้วก็มองหน้าเขาด้วยแววตาสดใจไม่เลิก

 

“อ้าวดูจุน กลับมาแล้วเหรอ”

 

“โอ๊ะ! ดูจุน สวัสดีคร๊าบบบ ยินดีที่ได้รู้จัก ผมยองวอนครับ”

 

“อ่อ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ฉันดูจุน”

 

“ฮี่ๆ สองคนอยู่บ้านเดียวกันเหรอ”

 

“อ๋อ ใช่ เราสองคนอยู่บ้านเดียวกัน”

 

“เป็นแฟนกันด้วย”

 

พรึ่บ!!

 

ดูจุนดึงคนตัวเองเข้าไปกอดเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ภาพนั้นเล่นเอาเพื่อนบ้านใหม่ถึงกลับทำสีหน้าไม่ถูกกันเลยทีเดียว

 

“ดูจุน ปล่อยเค้าได้แล้ว รู้จักอายมั่งสิ”

 

“อายทำไมก็ฉันรักของฉันนี่นา ไม่เป็นไรใช่ไหม ยองวอน”

 

“……………”ยองวอนยังคงยืนมองทั้งสองคนตาไม่กระพริบ เขาแปลกใจมากกับสิ่งที่เห็น ทั้งสายตาและสีหน้าที่ดูมีความสุขแบบนั้น เห็นแล้วอยากมีบ้างจัง ตั้งแต่เกิดมาเขาก็ยิ้มออกบ่อย แต่ก็ไม่ใช่รอยยิ้มแบบที่ทั้งสองคนตรงหน้ามีให้กัน

 

“ยองวอน นายเป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“อ่อ ขอบคุณสำหรับน้ำครับ”เขาเลือกที่จะเดินเข้าไปหยิบน้ำจากโยซอบแทนที่จะตอบคำถาม เพราะก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรเหมือนกัน

 

“ดูจุน ยองวอนเป็นเพื่อนบ้านใหม่ของเรานะ”

 

“ใช่ๆ ผมอยู่ข้างๆบ้านนี่เอง ถ้ามีอะไรก็เรียกได้นะ”

 

“อ๋อ”

 

“ยองวอน นายอยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิ วันนี้ดูจุนจะโชว์ฝีมือ เค้าทำกับข้าวอร่อยว่าบอกใครเลยนะ”

 

“จริงเหรอ ไม่เป็นการรบกวนใช่ไหม”

 

“ไม่เลย ดูจุนเดี๋ยววันนี้เค้าจะช่วยดูจุนเองนะ”

 

“แน่ใจนะว่านายจะช่วยไม่ใช่ทำลาย”

 

“บอกว่าช่วยก็ช่วยสิ”ใบหน้างอแงของคนตัวเล็กทำให้คนตัวโตเลิกที่จะแกล้งต่อ

 

“ก็ได้ๆ นายนั่งรออยู่นี่นะ แปบเดียว”

 

“อื้ม”ยองวอนพยักหน้าให้กับดูจุน ก่อนจะเดินโอบเอวคนตัวเล็กเข้าครัวไป ภาพนั้นมันเล่นเอาชายหนุ่มนั่งมองตาไม่กระพริบเลยทีเดียว

 

“โอบเอว”เขาพูดพร้อมกับก้มมองเอวของตน ก่อนจะใช้มือเล็กๆนั่นลงโอบเอวบ้าง

 

“ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย แปลกแฮะ”เขานักไหล่ไม่สนใจก่อนจะนั่งอ่านหนังสือเล่นเพื่อรอเวลาที่อาหารจะมาเสิร์ฟ

 

ติ๊งหน่อง!

 

“เดี๋ยวผมเปิดให้เองครับ”เสียงตะโกนของยองวอนทำให้โยซอบหันกลับมาช่วยดูจุนทำกับข้าวต่อ

 

“สวัสดีคร๊าบ บ้านดูจุนกับโยซอบ ครับผม”

 

กึก!!!

 

เพียงแค่สบตากับชายหนุ่มตรงหน้า ใบหน้าน่ารักที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มก็จางหายไปทันที

 

“ไอ้คนใจดำ!”

 

“ไอ้หัวสี!”ทั้งสองคนยกมือขึ้นชี้หน้ากันอย่างตกใจ

 

“มาทำอะไรไม่ทราบ!”พอเห็นคนตรงหน้ามอง ดราม่าก็รีบซ่อนดอกไม้ไว้ข้างหลังทันที

 

“มาทำอะไรมันก็เรื่องของฉัน ว่าแต่นายเถอะ มาทำอะไรที่บ้านหลังนี้”

 

“มันก็เรื่องของฉันเหมือนกัน เสียใจด้วย ไม่ตอบหรอก แบร่!”

 

หมับ!!

 

ดราม่ารีบดันประตูบ้านที่คนตัวเล็กกว่าจะปิดไว้ ก่อนจะส่งสายตาดุๆให้

 

“นายจะปิดประตูบ้านใส่ฉันอย่างงั้นเหรอ”

 

“อื้อ รู้แล้วก็ปล่อยมือสิ อื้อออ!”คนตัวเล็กถอยหลังไปทันทีที่ถูกแรงดันจากด้านหน้า

 

“นายไม่มีสิทธิ์ เพราะว่าฉันมาหาเจ้าของบ้าน ชิส!”เสียงทำกับข้าวอยู่ในครัวทำให้ดราม่าเดินตรงเข้าไปทันที

 

กึก!!

 

“อิอิ แบบนี้เหรอ”

 

“ใช่ ถ้านายค่อยๆหั่น มันก็จะออกมาสวยแบบนี้แหละ”

 

“จริงด้วยอ๊ะ นี่!พอแล้วๆ เค้าทำเองได้แล้ว”คนตัวเล็กรีบพูดเพื่อให้คนตัวโตที่อยู่ด้านหลังตนถอยห่างออกไป อยู่ในท่าแบบนี้มันทำให้รู้สึกแปลกๆ

 

“ได้ที่ไหนล่ะ ต้องช่วยนายหั่นให้เสร็จ”ดูจุนไม่สนใจ เขาจับมือเล็กๆของโยซอบหั่นผักต่อ แถมยังเนียนโอบเอวอีกด้วย

 

“หั่นผักแล้วมากอดเอวเค้าทำไม”

 

“รักนายไง ไม่น่าถามเลย”

 

“ดูจุนบ้า”ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็อดหน้าแดงไม่ได้

 

“อาหารมือนี้มันต้องร่อยมากๆแน่เลย”

 

“ทำไมอ่า”

 

“ก็เพราะฉันกับนายทำด้วยกัน”

 

“มันจะเลี่ยนน่ะสิไม่ว่า”

 

“เลี่ยนแล้วทำไม ความรักของเราหวานนี่นา เคยได้ยินไหม หวานไม่แคร์รสชาติ!”

 

“ไม่เคย”

 

“ง่า หั่นผักต่อดีกว่า”

 

“อื้อ!”คนตัวเล็กสะดุ้งอย่างแรงเมื่อถูกบีบก้นเบาๆ เขาหันมาจ้องหน้าคนตัวโตนิ่ง

 

“หันมา อยากให้ฉันจูบปากหรือไง”

 

“บ้า!”แล้วคนตัวเล็กก็หันหน้ากลับไปอย่างเดิม ขืนยืนมองต่อมีหวังได้โดนจูบแน่ๆ

 

“ว๊า อดจูบปากสวยๆ รสชาติหวานๆของนายเลย”

 

“นี่! จะเสร็จไหมเนี่ยวันนี้”

 

“เสร็จครับๆ จะอร่อยมากๆเลยด้วย”

 

ฟอด!

 

“อื้อ! ดูจุนอ๊ะ!”คนตัวเล็กยกมือขึ้นมาจับแก้มของตนด้วยใบหน้าที่แดงเพราะความอาย

 

“หั่นผักไป ฉันจะทำอย่างอื่น ชื่นใจจริงๆ แก้มแฟนใคร นิ๊มนิ่ม”โยซอบจิ๊ปากเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าก้มตาหั่นผักโดยมีสายตาของดูจุนคอยมองตลอดเวลา

 

“เค้าทำอะไรกัน”

 

“เฮ้ย!”ดราม่าที่ยืนมองภาพของทั้งสองคนในครัวอย่างเศร้าๆอยู่ก็ต้องตกใจกับเสียงของยองวอนที่ดังอยู่ข้างๆ เขามองเจ้าหัวสีที่มองภาพทั้งสองคนด้วยสายตาเหมือนไม่รู้ว่าทั้งสองคนกำลังทำอะไรกัน สายตาใสซื่อแบบนั้นมันทำให้เขาแปลกใจไม่น้อย

 

“แอบมองคนอื่น มันน่าเกลียดนะ”

 

“งั้นนายก็เป็นคนน่าเกลียด เพราะนายก็แอบมองเหมือนกัน”ยองวอนหันไปมองหน้าคนข้างๆ ดราม่ากระแอมเบาๆก่อนจะเดินออกไปจากภาพที่ทำให้เขาเจ็บปวดหัวใจ

 

“นั่นนายจะไปไหนน่ะ”

 

“กลับบ้าน”พูดแค่นั้นแล้วก็เดินออกจากบ้านไป ยองวอนมองด้วยความสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามออกไป พอออกจากบ้านเขาก็ต้องเบิกตากว้างกับภาพที่เห็น

 

“หยุดนะ! ไอ้คนใจดำ!”เสียงห้ามของยองวอนทำให้ราม่าที่กำลังจะทิ้งดอกไม้ลงถังขยะหยุดชะงัก แล้วคนตัวเล็กก็รีบวิ่งไปหาคนตัวโตทั้งๆที่รองเท้าไม่ใส่

 

“ไอ้คนใจดำ! ไอ้คนใจร้าย! ทำร้ายแม้กระทั่งดอกไม้”

 

“นายเป็นอะไรของนายอีกเนี่ย”

 

“เอามานี่เลย!”แล้วยองวอนก็แย่งดอกไม่ไปจากมือของดราม่า เล่นเอาเจ้าของดอกไม่ถึงกลับแปลกใจ

 

“นายบ้าหรือไงชอบเก็บของที่คนอื่นจะทิ้งเนี่ย”

 

“ใช่!”

 

“นี่! ฉันจะทิ้ง เอาคืนมา”

 

“ไม่คืน ถ้านายจะทิ้ง งั้นฉันขอ”

 

“นายจะเอาไปทำอะไร”

 

“เอาไปทำอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องให้มันลงไปอยู่ในถังขยะนี่”ดราม่ามองใบหน้าบูดบึ้งของคนตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหัว

 

“ก็ตามใจ”

 

“เดี๋ยว!”

 

“อะไร”

 

“นายเอาดอกไม้มาให้ใคร ดูจุนหรือว่าโยซอบ”คำถามของคนตัวเล็กทำให้คนตัวโตกว่ามีแววตาเศร้าเล็กน้อย เขามองหน้าคนตรงหน้าอีกครั้ง แววตาใส่ซื่อตอนที่มองดูจุนกับโยซอบทำกับข้าว มันทำให้เขารู้สึกประทับใจเสียจริงๆ ไม่อยากจะเชื่อตัวก็โตขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกว่านั่นคือการแสดงความรักต่อกัน

 

“เปล่าอ่า”

 

“เอ๊า! นี่! อย่าบอกนะว่าเอามาเพื่อทิ้งน่ะ”สีหน้าตกใจของยองวอนทำให้ดราม่าอดยิ้มไม่ได้ อะไรมันจะซื่อบื้อขนาดนั้น

 

“เปล่าหรอก”

 

“เอ๊า แล้วซื้อมาทำไม ซื้อมาให้เปลืองเงินเล่นๆเหรอ”คำพูดของยองวอนทำให้เขายิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม แต่ละอย่างที่พูดออกมา คิดบ้างหรือเปล่าเนี่ย

 

“ฉันซื้อมาให้คนบ้าเก็บน่ะ ไปนะ”เขาโบกมือลาคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้มขำๆก่อนจะเดินขึ้นรถแล้วขับออกไป ยองวอนมองรถของดราม่าก่อนจะก้มมองดอกไม้

 

“ซื้อมาให้คนบ้าเก็บ ใคร เฮ้ย! นาย!”พอคิดออกก็แทบจะบ้าตาย นี่เขาโดนหลอด่าเหรอเนี่ย

 

“ไอ้คนใจดำ! ไอ้คนใจร้าย! ไอ้ ไอ้ ไอ้บ้าเอ๊ย! ฮึ่ย!”เขากำช่อดอกไม้แน่น ก่อนจะเดินไปที่ถังขยะ ทำท่าเหมือนจะทิ้งช่อดอกไม้แต่ก็เปลี่ยนใจ

 

“เออ! เป็นคนบ้าไม่ดีตรงไหนฟระ ดีกว่านายแล้วกัน ไอ้คนใจดำ! ไอ้คนใจร้าย! ฮึ่ย!”แล้วเด็กหัวสีน้ำเงินก็เดินถือดอกไม้กลับบ้านตัวเองไป

 

 

 

“ยองวอน อ่าว”โยซอบที่จะเดินเอาขนมออกมาให้กินเล่นก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่เห็นคนหัวสีน้ำเงินอยู่แล้ว

 

“กลับบ้านไปแล้วเหรอ เฮ้อ! ขนมเป็นหมัน แต่ไม่เป็นไร ฉันจะกินแกเอง ง่ำๆ”แล้วคนน่ารักก็จัดการยัดขนมเข้าปากก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว

 

“นี่! ฉันให้นายเอาไปให้ยองวอน ไม่ใช่ให้กินเอง”

 

“หมอนั่นไม่อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นขนมนี่ก็ต้องตกเป็นของเค้า ง่ำๆ”ดูจุนส่ายหน้าเล็กน้อยอย่างระอา

 

“กินๆ วันๆเอาแต่กิน มิน่าล่ะ”

 

“มิน่าล่ะอะไร พูดให้ดีนะ พูดไม่ดี คืนนี้ได้นอนข้างล่างแน่”คำขู่ของคนตัวเล็กทำให้คนตัวโตอดยิ้มไม่ได้

 

“มิน่าล่ะ ถึงได้น่ารัก น่าหลง จนฉันรักฉันหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว”

 

“ฮี่ๆ คืนนี้นายนอนข้างล่างไปเลยนะ”

 

“อะไรอ๊ะ!”

 

“ชิชะ! รู้หรอกน่าว่าพูดประชดเค้า งอน”

 

“โยซอบอา”

 

“ไม่รู้ไม่ชี้ ทำกับข้าวต่อไปเลย เค้าหิวแล้ว”ดูจุนย่นจมูกใส่คนตัวเล็ก ก่อนจะทำกับข้าวต่อ เขาเหล่มองคนตัวเล็กที่นั่งกินขนมอย่างสบายอกสบายใจเล็กน้อย คิดเหรอว่าคนอย่าง ยุนดูจุนจะยอมนอนข้างล่าง อย่าง ยุนดูจุน มันก็ต้องนอนบนตัวของโยซอบสิ นอนในสภาพเปลือยด้วย ฮี่ๆ

 

ยังโยซอบเอ๋ย คืนนี้นายไม่ได้นอนแน่ หึหึ!

 

 

 

 

 

 

 

“ตอนนี้งานคืบหน้าไปเยอะแล้วครับ”

 

“งั้นเหรอ ดีจังเลย บริษัทของคุณไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวังเลยนะ ซึงฮยอน”

 

“ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะ”

 

“อื้ม”ฮยอนซึงพยักหน้าให้ เขามองเหล่าพนักงานที่ตั้งใจทำงานกันเป็นอย่างมาด้วยความรู้สึกปลื้มใจ ถ้าตั้งใจทำกันมากขนาดนี้ ไม่นานห้างของเขาต้องเสร็จแน่ๆ

 

กึก!!

 

ดวงตาสวยๆขุ่นลงเล็กน้อยเมื่อไปสบตากับพนักงานที่อยู่ไมไกลตนนัก ความรู้สึกแปลกๆผลุดขึ้นมาภายในใจ

 

“น้ำครับ คุณหนู”

 

“อ่อ ขอบใจนะ”

 

“ร้อนไหม เดี๋ยวผมไปเอาร่มมากางให้”

 

“ไม่ต้องหรอก คนอื่นยังไม่ใช้ร่มเลย ทำไมฉันต้องใช้ด้วยล่ะ”คำพูดและรอยยิ้มของฮยอนซึงทำให้จุนฮยองรู้สึกภูมิใจในตัวเขาเป็นอย่างมาก ไม่อยากจะเชื่อว่า วันนี้กับวันแรกที่เจอกับร่างบาง มันจะแตกต่างกันมากขนาดนี้

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ สีหน้าแปลกๆ”

 

“อ๋อ พอดีฉันรู้สึกไม่คุ้นหน้าพนักงานกลุ่มนั้นเท่าไหร่น่ะ”จุนฮยองหันไปมองเล็กน้อย เขาเองก็ไม่คุ้นเหมือนกัน

 

“สงสัยเป็นพนักงานใหม่มั้ง”

 

“งั้นเหรอ”ฮยอนซึงพยักหน้า ก่อนจะถอนหายใจเพื่อขับไล่ความกังวลออกมา

 

“เอ้อ จริงสิ นายช่วยกลับไปดูคุณยายหน่อยได้ไหม”

 

“ทำไมเหรอครับ”

 

“เห็นเมื่อเช้าบ่นว่าปวดหัว ช่วยกลับไปดูให้ฉันหน่อยสิ เป็นห่วง”

 

“งั้นก็ไปด้วยกันสิครับ”

 

“จะไปได้ยังไงล่ะ ฉันต้องอยู่ดูงาน”

 

“แต่…”

 

“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ไปดูให้ฉันหน่อยนะ เผื่อคุณยายไม่สบาย”

 

“ครับ”จุนฮยองพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจนัก ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากไปหรอกนะ แต่เพราะเขาไม่อยากทิ้งฮยอนซึงไว้คนเดียว เพราะคุณจางย้ำกับเขานักหนาให้ตัวติดกับฮยอนซึงตลอด ห้ามห่างไปไหนแม้แต่นิดเดียว

 

“ยังอีก ถ้านายยังไม่ไป ฉันจะโกรธและไม่พูดด้วยนะ”

 

“งั้น…ผมจะรีบไปแล้วรีบกลับมานะ”

 

“อื้ม”ร่างบางพยักหน้าพร้อมกับยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปดูคนงานทำงานกัน

 

“ซึงฮยอน!”

 

“ครับ คุณฮยอนซึง”

 

“คุณช่วยย้ำลูกน้องคุณด้วยนะว่า ให้ทำงานอย่างละเอียด ฉันไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาด”

 

“ผมย้ำพวกเค้าเสมอครับ อย่าได้ห่วงเลย บริษัทของเราทำงานให้คุณจางมานาน ตั้งแต่รุ่นพ่อผม”

 

“อื้ม ขอบใจ”

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ”

 

“งั้นผมขอตัวไปดูงานกับลูกน้องก่อนนะครับ”

 

“ตามสบายเลย”ร่างบางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลออกมา

 

“ร้อนจังเลย”เขามองไปยังต้นไม่ใหญ่ที่มีร่มเงาเยอะ เมื่อเห็นว่าน่าจะเย็นสบายก็รีบเดินไปทันที เพราะตอนนี้แดดร้อนมากเหลือเกิน

 

“อ่า ค่อยังชั่วหน่อย”

 

ตุบ!!

 

เสียงอะไรบางอย่างจากพุ่มไม้ด้านหลังทำให้ฮยอนซึงหันไปมองด้วยความตกใจ การหันไปมองนั้นเปิดโอกาสให้ผู้ชายสองสามคนที่เดินตามร่างบางมาได้ทำงานของตน

 

“เสียงอะ…โอ๊ะ!”

 

ตุบ!!

 

ศอกหนักๆถูกกระแทกลงที่ต้นคอของร่างบางจนสลบล้มลงในอ้อมกอดของคนแปลกหน้า ทั้งสองคนสบตากัน ก่อนจะแบกร่างบางขึ้นรถที่แอดจอดไว้หลังพุ่มหญ้า