DANGEROUE BOY…รักร้าย ผู้ชายอันตราย!!!
Chapter 61[END]
ดึมดาดึมดาดึม
คลืน น นน น น
“เฮ้อออออ”เสียงถอนหายใจทำให้ร่างบางที่ยืนมองทะเลแสนกว้างใหญ่หันไปมองเล็กน้อย ชายหนุ่มสุดที่รักเดินมาพร้อมกับผ้าคลุม เขายิ้มกว้างขึ้นเมื่อคนตัวโตคลุมผ้าให้กับตน
“เย็นแล้วนะครับ ยังไม่เตรียมตัวอีกเหรอ”
“เดี๋ยวค่อยก็ได้ ฉันไม่รีบ แล้วกีกวังล่ะ”
“กำลังถูกเจ๊สองคนนั้นแปลงโฉมอยู่ ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง เสียงดังลั่นเชียว”พูดจบก็มองหน้าคนสวยตาหวาน
“มองอะไร”จุนฮยองกุมมือฮยอนซึงแน่น
“ที่ที่เราจูบกันครั้งแรกคือที่นี่”
“แล้วไง”
“แล้วที่นี่ก็ทำให้ผมได้รู้ว่าฮยอนซึงก็เป็นห่วงผมเหมือนกัน”ร่างบางยิ้มนิดๆ เขายังจำเหตุการณ์วันนั้นได้เป็นอย่างดี
“แล้วยังไงล่ะ”
“ผมคิดถึงวันเก่าๆที่ผ่านมาของเราสองคน”จุนฮยองจับร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากับตน
“ใครจะไปเชื่อว่าคนที่กล้าขับรถปาดหน้าผม กล้าเอาก้อนหินปาใส่หัวผมจนหัวแตก กล้าตบหน้าและทำร้ายผมจะกลายมาเป็นคนที่น่ารักขนาดนี้ได้”ร่างบางยิ้มอย่างอายๆ มันก็จริงอย่างที่จุนฮยองพูด เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกัน
“ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะนายไม่ใช่หรือไง”รอยยิ้มอบอุ่นของจุนฮยองทำให้หัวใจดวงน้อยๆของร่างบางเต้นแรงจริงๆ คนตัวโตดึงร่างบางเข้าไปกอด
“เพราะผมที่ไหน ทั้งหมดเป็นเพราะตัวของฮยอนซึงต่างหาก”
“แต่ถ้าไม่ได้นาย ฉันอาจจะไม่เปลี่ยนมากขนาดนี้ก็ได้”
“ไม่หรอก เพราะลึกๆแล้วฮยอนซึงก็เป็นฮยอนซึงแบบนี้ต่างหากล่ะ”จุนฮยองผละร่างบางออก ทั้งสองคนสบตากันนิ่ง
“น่ารัก มีน้ำใจ จิตใจดี ทั้งหมดนี้มันอยู่ในตัวของฮยอนซึงอยู่แล้ว”
“รู้ดีเหลือเกินนะ”
“ผมรู้ดีกว่านี้อีก แม้แต่…..”
“อย่ามามองฉันทะลึ่งแบบนั้นนะ”
“อิอิ ขอโทษครับผม เข้าไปข้างในกันเถอะ อีกเดี๋ยวงานก็จะเริ่มแล้ว”
“อื้ม อ๊าย! ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย”
“อุ้มเจ้าสาวไง”
“ใช่ที่ไหนเล่า ปล่อยฉันเลยนะ”
“ไม่ปล่อย แด่แดแดแด แด่แด๊แด่แด….”แล้วคนตัวโตก็อุ้มร่างบางเข้าไปในบ้านพักของตระกูลจาง สถานที่จัดงานแต่งงานของลูกชายคนเล็กของบ้าน
“ป้าครับ อันนี้น่ากินจังเลย”
“จริงเหรอคะ ของชอบคุณกีกวังน่ะค่ะ”
“อันนั้นก็น่ากินครับ”
“นั่นของชอบของคุณจางค่ะ”
“โหย ทำไมคนบ้านนี้ชอบกินแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลยอ่า”
“คุณยองวอนจะลองชิมไหมคะ เดี๋ยวป้าตักให้”
“โอยๆ เดี๋ยวผมรอทุกคนดีกว่าครับ จะกินได้ยังไงกัน งานยังไม่เริ่มเลย”
“งั้นก็รอสักครู่นะคะ”เด็กหัวสีมองอาหารมากมายตรงหน้าอย่างเสียดาย อันที่จริงเขาอยากจะกินทุกอย่างให้หมดในตอนนี้เลยด้วยซ้ำ แต่คำว่า มารยาท มันสะกดเขาเอาไว้
“ป้าครับ ขอชิมนิ๊ดเดียวได้ไหมครับ”
“ได้สิคะ”แม่นมของกีกวังตักอาหารใส่จานให้กับคนอดใจไม่ไหว มารยาท ไม่สามารถต้านทานเข้าไว้ได้จริงๆ
“นายสะกดคำว่า มารยาท ไม่เป็นหรือไง”
“แอ่กๆๆ”แทบจะสำลักของที่กินออก เด็กหัวสีหันไปมองชายหนุ่มที่กำลังยิ้มด้วยความสะใจอย่างไม่พอใจ
“สะกดเป็นบ้างเหอะ เรียนหนังสือมา ฮึ่ย!”
“แล้วนั่นจะไปไหน ไม่กินต่อแล้วเหรอ”
“หมดอารมณ์เพราะคนใจดำ”ยองวอนย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้ก่อนจะเดินไปนั่งกับโยซอบและดูจุน
“ถ้าหนาวก็บอกนะ ฉันจะได้กอดนายให้อุ่น”
“ถ้าอยากไปนอนกินข้าวต้มที่โรงพยาบาลก็บอกนะ จะได้จัดการตอนนี้เลย”
“โหดร้าย”โยซอแลบลิ้นใส่ก่อนจะยกน้ำขึ้นดื่ม
“แก้วนั้นฉันใส่ยาปลุกเซ็กส์ลงไปนะ”
พรวดดดดดดด
“อึ๋ย!”ยองวอนถึงกลับยืนตัวแข็งทื่อเมื่อถูกน้ำมนต์ของโยซอบพ่นใส่เต็มๆ
“ขอโทษยองวอน ไม่ได้ตั้งใจ”
“เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อก่อนนะ”แล้วเด็กหัวสีก็ก้มหน้าเดินกลับไป พอเห็นรอยยิ้มสะใจของคนใจดำก็แทบจะอยากกรีดร้องให้ดังลั่น
“นายนี่เป็นคนรักกินจริงๆเลยนะ แม้แต่น้ำก็หกลงพื้นไม่ได้”
“ตลกมากไหม ฮึ่ย!”ชักสีหน้าใส่อย่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคนคนนี้ถึงไม่เคยพูดจาเข้าหูตนเลย ท่าทางโกรธของยองวอนทำให้คนขี้แกล้งไม่สบายใจเล็กน้อย
“โกรธจริงหรือเปล่า ยองวอน!”เรียกไม่ทันคนตัวเล็กที่เดินเร็วยิ่งกว่าอะไร เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อย หวังว่าคงไม่ได้ทำให้เด็กหัวสีโกรธหรอกนะ แล้วเขาก็เดินไปนั่งสมทบกับดูจุนและโยซอบ รอเวลาที่จะเปิดตัวคู่แต่งงาน
“ไม่เอา ไม่ใส่!”
“คุณน้องขา มาถึงขั้นนี้แล้วนะคะ”
“แหกตาดูสิ ฉันเป็นผู้ชายนะเจ๊”
“ผู้ชายแล้วยังไงคะ วันนี้คุณน้องเป็นเจ้าสาว อย่าขัดขืนเลยค่ะ ป้าเหี่ยว จับ!”
“อ๊ากกกกกก!!”คนตัวเล็กพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดจากการจับกุมของเจ๊ทั้งสอง แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะตัวเล็กกว่าทั้งสองคนเสียอีก
“เริ่ด!”
“เริ่ดมาก!”
“ให้ตายเถอะ!”คนตัวเล็กนั่งหน้ามุ่ยเมื่อถูกจับแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย เขามองเจ๊ทั้งสองคนอย่างเคืองๆ
“โธ่ วันนี้วันดีนะคะ ยิ้มหน่อยสิ ยิ้มมมมมมมม”เจ๊กระเทยจับแก้มนิ่มๆของกีกวังฉีกออก
“ทำหน้าแบบนี้ ถ้าสามีของคุณน้องเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะคะ”
“เฮ้อออ…..”สุดท้ายคนตัวเล็กก็ถอนหายใจยอมรับสภาพ เขาลุกขั้นเพื่อไปส่องกระจก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยแต่งหน้า แต่วันนี้กลับได้แต่ง ถ้าไม่ติดว่าจะมีครั้งเดียวนะ เขาไม่ยอมหรอก ไม่รู้ดงอุนคิดอะไร จัดการทุกอย่างเองหมดเลย ขัดใจเขาไปเสียหมด
“เริ่ดมากค่ะคุณน้อง เหมือนผู้หญิงเลย เจ๊อิจฉาจริงๆ”
“เจ๊ก็อิจฉาจริงๆ น่ารักมากเลย เหมือนเจ๊ตอนสาวๆ”กีกวังส่ายหน้าเล็กน้อยกับเจ๊ทั้งสองคน ตั้งแต่มาจนถึงตอนนี้ยังพูดไม่หยุดเลย เขามองตัวเองในกระจกอีกครั้ง ยิ้มที่มุมปากนิดๆเพราะเริ่มรู้สึกว่าที่เจ๊ทั้งสองคนพูดนั้นเป็นความจริง
ก๊อกๆ
“ใครคะ”
“พ่อเอง”
“อุ๊ยตายแล้วคุณพ่อ สวัสดีค่ะ”เจ๊สองคนต่างยกมือไหว้คุณจางพร้อมกัน คุณจางพยักหน้าให้เล็กน้อยก่อนจะหันไปมองลูกชายตัวเองที่ตอนนี้กลายเป็นลูกสาวไปเสียแล้ว
“อย่าหัวเราะนะพ่อ ผมอาย”
“จะอายไปทำไมกันฮะลูก”คุณจางเดินมาหาลูกชายก่อนจะจับมือแล้วพานั่งลงบนเตียง
“อย่างน้อยๆก็ไม่ได้สาวทั้งตัว”เขามองเสื้อสูทสีชมพูของลูกชาย ก่อนจะมองกระโปรงยาวบานสีขาวที่เจ๊ทั้งสองคนจัดการให้ มีความเป็นชายและความเป็นหญิงในชุดเดียวกัน
“พ่อไม่อายเหรอฮะที่ผมเป็นแบบนี้”
“ถ้าพ่ออาย พ่อจะอยู่ตรงนี้เหรอ ลูกพ่อจะเป็นอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับเป็นคนดีหรอก อย่าอายเลยนะเพราะมันคือตัวของลูก ถ้าลูกอายแม้กระทั่งตัวเอง แล้วใครเค้าจะชื่นชมในตัวของลูก จะเห็นค่าในตัวของลูกกันล่ะ”คำพูดของพ่อเล่นเอาลูกชายถึงกลับซึ้ง ไม่เพียงเฉพาะกีกวังเท่านั้น แต่เจ๊สองคนที่ยืนอยู่ก็แทบจะน้ำตาไหลออกมา
“ผมรักพ่อจังเลยฮะ”กีกวังโผเข้ากอดลูกชาย ตั้งแต่จำความได้ พ่อเข้าใจเขามาเสมอ ไม่มีครั้งไหนที่ไม่เข้าใจ
“พ่อก็รักลูก ออกไปข้างนอกเถอะ ทุกคนรออยู่ โดยเฉพาะเจ้าบ่าวของลูก ป่านนี้ตื่นเต้นแย่แล้ว”
“ฮะ..”กีกวังหอมแก้มพ่อหนึ่งที แล้วคนเป็นพ่อก็พาลูกชายคนเล็กออกไปยังงานแต่งที่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว กีกวังเดินไปด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ เขามีสิทธิ์ที่จะทำแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ เพราะเขาก็เป็นเพียงคนคนหนึ่งซึ่งมีความรัก สามารถที่จะแต่งงานได้ ใส่ชุดเจ้าสาวได้ แม้ว่าร่างกายจะเป็นผู้ชาย เขาจะไม่อาย ไม่น้อยใจใดๆทั้งสิ้น เพราะนี่คือสิ่งที่เขาเลือก แล้วเขาก็จะไม่มีวันเสียใจกับสิ่งที่เขาเลิก
พอเห็นคุณจางกำลังเดินมากับกีกวัง ดราม่าก็ทำหน้าที่เปิดเพลงทันที เพลงที่มีเสียงของเปียโนและไวโอลินผสมผสานกันอย่างลงตัว ทุกคนต่างยืนต้อนรับเจ้าสาวที่กำลังเดินมา ต่างตื่นเต้นไปกับงาน แต่คงไม่มีใครตื่นเต้นเกินผู้ชายสูทสีฟ้าที่ยืนหล่ออยู่อีกแล้ว ดงอุนจับจ้องมองกีกวังตาไม่กระพริบ วันนี้คนตัวเล็กดูสวยขึ้นมาจริงๆ เขาไม่สามารถหุบยิ้มได้เลย
กีกวังพอเห็นดงอุนกำลังยืนมองต้นก็ยิ่งใจเต้นและหน้าแดงเข้าไปใหญ่ สายตาแบบนั้นมันฆ่ากันชัดๆ อยากให้เขาหัวใจวายตายหรือไง รู้บ้างหรือเปล่าว่าตอนนี้เขาเขินแค่ไหน คนตัวเล็กบีบมือผู้เป็นพ่อแน่น มือของเขาเย็นเฉียบเพราะความตื่นเต้นจนคนเป็นพ่ออดยิ้มไม่ได้ ทุกสายตากำลังจับจ้องมายังคนตัวเล็ก
“เจ๋งอ่า”
“เอามั่งไหม โอ๊ย!”ดูจุนร้องเสียงหลงเมื่อถูกข้อศอกของคนน่ารักเข้าให้ เขาทำหน้าบูดเล็กน้อย ชักจะหมั่นไส้แล้วสิ จับกดเลยดีไหมเนี่ยคืนนี้
“น่ารักจัง”ฮยอนซึงเอ่ยชมน้องชายตัวเอง เห็นแบบนั้นแล้วก็รู้สึกมีความสุข รอยยิ้มของกีกวัง รอยยิ้มของพ่อ
“น้องน่ารัก พี่สวย เหมาะดีนะ โอ๊ย!”แล้วอีกคนที่ถูกศอก จุนฮยองทำหน้าบึ้งเล็กน้อยไม่ต่างจากเพื่อนตัวเองเลย
“ดูแลดีๆนะ”คุณจางส่งลูกชายให้กับลูกเขย ดงอุนยิ้มกว้างอย่างมีความสุข เขามองกีกวังเล็กน้อย การมองของเขาทำให้คนตัวเล็กถึงกลับอาย
“วันนี้คุณน่ารักมากเลย”
“วันอื่นฉันไม่น่ารักหรือไง”
“น่ารักทุกวันแหละครับ”แล้วร่างสูงก็พาคนตัวเล็กเดินขึ้นไปที่ซุ้มดอกไม้ที่ถูกจัดไว้อย่างสวยงาม ทั้งสองคนสบตากับทุกคน รอยยิ้มของทุกคน แววตาที่ดูมีความสุข ทำให้ทั้งสองคนต่างก็มีความสุขไปด้วย
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่มาร่วมงานกันอย่างอบอุ่น”
“ขอบคุณจริงๆ”กีกวังเอ่ยเสริมอีกที ทั้งสองคนหันมาสบตากันเล็กน้อย พิธีวันนี้ไม่ได้เป็นทางการอะไรมาก จัดแบบสบายๆและเป็นกันเอง กีกวังและดงอุนหันมาเผชิญหน้ากัน ช่วงวินาทีที่แสนจะโรแมนติกกำลังจะเกิดขึ้น
“ผมซนดงอุน ยินดีรับ จางกีกวัง เป็นภรรยา สาบานว่าจะดูแลทั้งในยามสุข ยามทุกข์ ตลอดไป”กีกวังก้มหน้ายิ้มอย่างรู้สึกเขินอาย ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความรัก ไม่เว้นแม้แต่คนที่ไม่เคยรู้จักความรักอย่างยองวอน เขายืนมองทั้งสองคนอย่างเหม่อลอย ในใจนั้นเต้นไม่เป็นจังหวะกันเลยทีเดียว
“ผม จางกีกวัง ยินดีรับ ซนดงอุน เป็นสามี สาบานว่าจะดูแลทั้งในยามสุข ยามทุกข์ ตลอดไป”ทั้งสองยิ้มกว้างให้กัน
“จูบเลยยยยยยยยยยยย”เสียงตะโกนของดูจุนเล่นเอาทุกคนสะดุ้ง โยซอบหันไปจิกตามอง ขนาดเวลาอย่างนี้ก็ยังเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องแบบนี้ ให้ตายเถอะ!
“จูบเลยๆๆๆ”เสียงเชียร์ของดูจุนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ดราม่าที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ช่วยเชียร์ด้วยอีกคน แล้วเจ๊ทั้งสองก็ขอร่วมวงด้วย ไม่เว้นแม้แต่คนเป็นพ่อและแม่นม แล้วก็ตามด้วยจุนฮยอง ฮยอนซึงส่ายหน้านิดๆก่อนจะเป็นไปกับเขาด้วยอีกคน โยซอบยืนอ้าปากเหวอ มองเจ้าเสาหลักอย่างหมั่นไส้
“จูบเลยๆ”แล้วก็เป็นไปกับเขาด้วย กีกวังมองทุกคนด้วยความอาย
“จะอายทำไม เราทำกันออกบ่อย”
“นายนี่มัน…”
“จริงๆเลย”ดงอุนยกมือขึ้นประคองแก้มทั้งสองข้าง ก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าลงไปจูบปากอวบอิ่มของกีกวัง เสียงเฮของทุกคนดังขึ้น ยองวอนยกมือขึ้นมาแตะปากตัวเอง ทำไมเขาถึงได้รู้สึกมีความสุขแบบนี้นะ ดราม่าที่บังเอิญเห็นได้แต่อมยิ้ม มองคนไร้เดียงสาด้วยความรู้สึกแปลกๆ
“ไปเต้นรำที่ชายหาดกันเถอะครับ”พูดจบเจ้าบ่าวก็อุ้มเจ้าสาวเดินลงไปที่ชายหาดทันที ดราม่าทำหน้าที่เปิดเพลงอย่างรวดเร็ว
“โยซอบ ไปกันเถอะ”
“ได้ แต่ไม่ต้องอุ้ม อ๊าก! ไอ้ดูจุนบ้า!”แล้วคนตัวเล็กก็ถูกคนตัวโตอุ้มวิ่งลงชายหาดทันที จุนฮยองมองฮยอนซึงเล็กน้อย
“เดินจับมือกันไปดีกว่าเนอะ”แล้วร่างบางก็เป็นฝ่ายจับมือคนตัวโต ทั้งสองคนยิ้มให้กันก่อนจะเดินลงไป
“คุณพ่อขา ไปเต้นรำกับพวกหนูเถอะค่ะ”
“โอย พ่อไม่เต้นด้วยหรอก”
“ไปเถอะนะคะคุณพ่อขา”แล้วเจ๊กะเทยก็จัดการอุ้มคุณจางทันที แม่นมที่ยืนอยู่ได้แต่หัวเราะก่อนจะหันมาจัดการอาหารต่อ ทีนี้ก็เหลือแต่ยองวอนและดราม่าที่ยืนไม่รู้จะทำอะไร
“ไม่ลงไปสนุกเหรอคะคุณยองวอน”
“ไม่ดีกว่าครับ ผมเต้นรำไม่เป็น อีกอย่างก็ไม่มีคู่ด้วย อยู่ช่วยป้าดีกว่า”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ ไปสนุกกับเพื่อนๆเถอะ”
“ถ้างั้น ป้าก็ไปเต้นกับผมสิ คนอื่นเค้ามีคนเต้นหมดแล้วอ่า”
“อ่ะแฮ่มๆ”ยองวอนหันไปมองดราม่าที่ยืนอยู่ข้างๆตนเล็กน้อย
“อะไรติดคอเหรอ ไม่อยากตายก็รีบหาน้ำดื่มเถอะ”
“นาย…ไม่พอใจอะไรฉันหรือเปล่า”
“เปล่านี่”ดราม่าส่ายหน้าเล็กน้อย ท่าทางแบบนี้แล้วยังจะกล้ามาปฏิเสธอีก เขาไม่ใช่เด็กๆแล้วนะที่จะไม่รู้ว่าอาการแบบนี้เขาเรียกว่า งอน!
“นี่ ไม่ไปเต้นรำหรือไง”
“เต้นไม่เป็น”
“ฉันสอนให้เอาไหม”ยองวอนหันไปมองหน้าคนข้างๆเล็กน้อย จะสอนเขาจริงหรือมีเรื่องจะแกล้งเขา
“ทำไมมองฉันแบบนั้นล่ะ ไม่เชื่อเหรอ”
“หน้าตาอย่างนาย เต้นรำเป็นด้วยเหรอ”
“ลองดูไหมล่ะ แล้วนายจะรู้”ยองวอนพระพริบตามองดราม่าอย่างไม่เชื่อใจ คนอย่างดราม่าน่ะเหรอเต้นรำเป็นเหมือนชาวบ้าน
“จ้องฉันนานขนาดนั้น หลงเสน่ห์ฉันหรือไง”
“หา! อะไรๆ เปล่าซักหน่อย”
“จะพิสูจน์ดูไหม”เขาถามย้ำอีกครั้ง ยองวอนครุ่นคิดเล็กน้อย ภายในใจของเขานั้นประมาณว่า ลองดูก็ไม่ได้เสียหายอะไร เมื่อคิดได้อย่างนั้นเขาจึงพยักหน้า ดราม่าจึงยื่นมือออกมา
“อะไรเหรอ”
“จับมือฉันสิ”เขามองมือดราม่าเล็กน้อย เห็นคนตัวเล็กเอาแต่ยืนมอง คนตัวโตเลยถือวิสาจับมือคนตัวเล็กเอาเสียเอง
“เฮือก!”พอถูกจับมือก็ถึงกลับสะดุ้ง แล้วเขาก็ถูกคนตัวโตดึงลงไปที่ชายหาด ยองวอนมองมือของตนที่ถูกจับอยู่เล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาบางๆด้วยหัวใจที่เต้นแรงอีกแล้ว
ฉันกำลังจะตายอีกแล้วเหรอเนี่ย???
ดราม่าบีบมือยองวอนแน่น ไม่อยากจะเชื่อว่ามือคู่นี้จะทำให้หัวใจของเขากระตุก แต่เขาก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆออกไป อาจจะเป็นเพราะอากาศเย็นเลยทำให้เขาใจสั่น ก็เท่านั้น
“จับเอวฉันสิ”
“อ่อ”แล้วคนตัวเล็กก็ทำตามคนตัวโตออก
“ก้าวขาตามฉันนะ”ยองวอนพยักหน้า เขาทำตามที่ดราม่าบอกทุกอย่าง เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเต้นรำเลยสักครั้ง
“โอ๊ย!”
“ขอโทษๆ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆเลย”ท่าทางรู้สึกผิดของคนตัวเล็กทำให้เขาอดอมยิ้มไม่ได้
“ไม่เป็นไรหรอก”เขายิ้มให้กับคนตัวเล็กบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้ใบหน้าขาวๆขึ้นสี
“นายเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าแดง”ถามทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ แต่เขาก็อยากจะรู้ว่าคราวนี้เด็กหัวสีจะแก้ตัวยังไง
“ลม…ลมพัดแรงกระแทกหน้า ฮี่ๆ”แล้วคำตอบของยองวอนก็ทำให้เขาขำออกมาอีกแล้ว ทั้งสองคนยังคงเต้นรำต่อไป ไม่แพ้กับคู่อื่นๆ
“โยซอบ! นายจะขี่หลังฉันทำไม เค้าให้เต้นรำนะ”
“อย่าบ่นนะ ฉันจะขี่ ห้ามบ่น!”ดูจุนถอนหายใจออกมาเล็กน้อย แล้วเขาก็เต้นต่อไปโดยมีคนตัวเล็กขี่หลังด้วยสีหน้ามีความสุข
“ฮยอนซึงเต้นรำเก่งจัง”
“นายก็เก่ง”จุนฮยองยิ้มกว้างแล้วก็ดึงร่างบางเข้ามาแนบชิด
“คืนนี้ผมนอนด้วยนะ”
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ให้นอนล่ะ”
“ก็จะบุกลุกเข้าไป แล้วจัดการไม่ให้มีแรงทำอะไรเลย”คำพูดที่กระซิบข้างหูนั้นทำให้ร่างบางขนลุกเล็กน้อย เขาทุบที่หน้าอกจุนฮยองเบาๆอย่างอายๆ
“ตกลงนะ”
“อยากทำอะไรก็ตามใจนายเถอะ”พอได้ยินคำพูดนั้นคนตัวโตก็ยิ้มออกมาย่างเจ้าเล่ห์
“พูดเองแล้วนะ”ฮยอนซึงแกล้งทำเป็นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน แล้วคนตัวโตก็โอบกอดร่างบางอย่างอ่อนโยน
“มีความสุขไหมครับ”
“นายมีความสุขไหมล่ะ”
“คุณกีกวัง ผมถามดีๆนะ”
“ดูหน้าฉันเอาเองสิ บานเป็นจานดาวเทียมแล้ว”คำตอบของกีกวังเป็นที่น่าพอใจมาก
“มองอะไร”
“คืนนี้ ผมอาบน้ำให้นะ”
“จะบ้าเหรอ”
“ไม่บ้าหรอก นะครับคุณภรรยา”กีกวังหลบสายตาของดงอุนเล็กน้อย ใบหน้าของเขาแดงมากขึ้นกว่าเดิม
“อยากทำอะไรก็ทำเถอะ”คำพูดนี้ไม่ได้ต่างจากพี่ชายของตนเลย
“พูดแล้วนะ ห้ามผิดคำพูดนะ”แล้วคนตัวเล็กก็ทำเป็นมองรอบๆเพื่อกลบเกลื่อนความอาย ไม่ต่างจากพี่ชายเลยจริงๆ สยตาใสๆของยองวอนมองทุกคนอย่างมีความสุข เขาเพิ่งรู้นะเนี่ยว่าการอยู่กับคนรักมันดูมีความสุขแบบนี้ ในขณะที่เด็กหัวสีกำลังมองคนอื่นๆ เจ้าคนใจดำก็กำลังจ้องมองเด็กหัวสีอยู่ เขาเพิ่งได้เห็นใบหน้าของยองวอนใกล้ๆก็วันนี้เอง จะว่าไปคนตรงหน้าก็น่ารักไม่เบา ไม่แพ้กับอีกคนเลย เขาหันไปมองโยซอบที่กำลังดึงหูของดูจุนอยู่ ก่อนจะหันกลับมามองยองวอน
ทั้งสองคนคล้ายกันมาก คล้ายกันจริงๆ โดยเฉพาะนิสัย แต่มันมีบางอย่างที่แตกต่าง อะไรบางอย่างที่ทำให้สองคนแตกต่าง แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เขาหันไปมองโยซอบอีกครั้ง คนที่เขารู้สึกดีด้วยตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพราะความสดใส น่ารักและเป็นกันเอง มันทำให้เขารู้สึกดีและมีความสุขทุกครั้งที่ได้มองคนน่ารัก ใจของเขาเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้ ซึ่งเขาก็รู้ดีว่า ทำไมหัวใจของเขาถึงเต้นก็เพราะว่าเขา ตกหลุมรักคนน่ารักเข้าอย่างจัง
“โอ๊ย!”
“ขอโทษๆ”ดราม่าละสายตาจากโยซอบมามองคนซุ่มซ่าม ยองวอนยิ้มแห้งๆให้อย่างรู้สึกผิด
“ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ มันเป็นอุบัติเหตุ”ยองวอนกระพริบตาปริบๆเพื่อให้ดูน่าสงสาร ไม่รู้ว่าจะใช้ได้ผลหรือเปล่า
“เหยียบฉันอีกที โดนจับโยนทะเลแน่”
“ง่า งั้นเลิกเลย”
“เดี๋ยว!”
พรึ่บ!!
ยองวอนที่เดินหนีดราม่าถูกดึงแขนอย่างแรงจนเซเข้าหาคนตัวโต ใบหน้าของเขาแนบชิดกับแผ่นอกกว้าง เหตุการณ์นี้ทำให้หัวใจของเข้าเต้นแรงกว่าทุกครั้ง
ตึกๆๆ ตึกๆๆ ตึกๆๆ
“นี่! นายเป็นอะไรหรือเปล่า”ยองวอนยังคงยืนตัวแข็งทื่อ เขากลืนน้ำลายลงคอก่อนจะผละตัวออกห่างจากคนตัวโต
“ฉันกำลังจะตายอีกแล้ว ขอตัวนะ”ยองวอนดึงแขนดราม่าออกจากตน ก่อนจะเดินเลื่อนรอยออกไป คนตัวโตได้แต่มองอย่างเป็นห่วง เพราะคนตัวเล็กเดินไปในที่เปลี่ยวและไร้ผู้คน
“ให้ตายเถอะ!”แล้วเขาก็เดินตามคนตัวเล็กไปทันที แต่ทุกคนก็ยังคงเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครสนใจใครนอกจากคนของตัวเอง
“คุณกีกวัง”
“หืม”
“ได้เวลาเข้าห้องหอแล้วนะ”
“แล้วไงอ่า เฮ้ย! ดงอุน ปล่อยฉันลงนะ”
“บอกเองแล้วนะ อยากทำอะไรก็ทำ หึหึ!”ดงอุนยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ก่อนจะพาเจ้าสาวตรงเข้าไปในบ้าน ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับการเต้นรำกัน
“ดงอุน นายจะบ้าเหรอ คนอื่นยังเต้นรำอยู่เลยนะ”ร่างสูงไม่ตอบอะไร เขาเปิดประตูเข้าห้องนอนก่อนจะล็อคกลอนอย่างหนาแน่น
“ก็ให้พวกเค้าเต้นไปสิครับ ส่วนเราก็ทำอย่างอื่น”คำว่า อย่างอื่น เล่นเอาหัวใจดวงน้อยๆของคนตัวเล็กเต้นไม่เป็นจังหวะกันเลยทีเดียว
“จะอาบน้ำไหม ผมจะอาบให้”
“ไม่ๆ ฉันไม่อยากอาบแล้ว”ดงอุนพยักหน้าก่อนจะวางคนตัวเล็กลงบนเตียง บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบเมื่อต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไร ดงอุนยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าคนรัก เขากุมมือกีกวังแน่น
“นายเป็นอะไร”
“ผมอยากแก้ตัว”
“แก้ตัวอะไร”กีกวังมองหน้าร่างสูงนิ่ง รอยยิ้มของดงอุนทำหัวใจของเขาเต้นแรง ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆโน้มเข้ามาใกล้ แต่คนตัวเล็กกลับเอนหลังหนี แต่ว่าร่างสูงก็ไม่ยอมหยุด กีกวังเอนหนีจนรับน้ำหนักตัวไม่ไหวเลยล้มลงนอนบนเตียง เขาอ้าปากเหวอเล็กน้อย ทำแบบนี้เหมือนกำลังอ่อยดงอุนเลย
“เอ่อ…”คนตัวเล็กจะดีดตัวขึ้น แต่กลับถูกร่างสูงจับแขนทั้งสองข้างเอาไว้ กีกวังเบิกตากว้าง เขารู้ว่ากำลังจะถูกทำอะไร แต่มันอดตื่นเต้นและอายไม่ได้ ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่ดงอุนไม่ได้เมาและมีสติครบ แล้วทั้งสองคนก็ไม่ได้กำลังโกรธหรือทะเลาะกัน ทุกอย่างมันอยู่ในแบบปกติ ยอมรับจากใจเลยว่า ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก
“นาย….”ดงอุนยิ้มที่มุมปากก่อนจะจูบลงเบาๆที่ริมฝีปากบน ก่อนจะเปลี่ยนมาจูบที่ริมฝีปากล่าง เขาใช้รีบฝีปากถูเบาๆกับริมฝีปากหนาของคนตัวเล็ก การหยอกล้อเล่นแบบนั้นทำให้กีกวังยิ้มออกมา เพราะเผลอยิ้มเลยถูกร่างสูงยึดครองริมฝีปาก ร่างสูงดูดเบาๆเพื่อให้ร่างเล็กรู้สึกตื่นเต้นและกระชุ่มกระชวย
“อื้อ…”คนตัวเล็กครางออกมาเมื่อถูกจี้ที่เอว ร่างสูงถอนจูบออกก่อนจะสบตากับดวงตาใส
“ให้โอกาสผมแก้ตัวได้ไหม”ดงอุนถามย้ำอีกครั้ง เพราะความผิดพลาดครั้งนั้นทำให้เขารู้สึกแย่เป็นอย่างมาก เขาอยากจะแก้ตัวใหม่เพื่อลบภาพอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อตอนไปญี่ปุ่น
“ฉันบอกแล้วไง อยากทำอะไรก็ทำ”พูดแล้วก็เบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพราะรู้สึกอาย มันเปิดทางชัดๆ ร่างสูงยกมือขึ้นไปสัมผัสกับใบหน้าของร่างเล็กอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนมือลงตามตัวของร่างเล็ก กีกวังเกร็งเท้าเล็กน้อยกับสัมผัสที่ทำให้รู้สึกสยิวเบาๆ เขาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของร่างเล็กออกอย่างช้าๆ ใช้มือใหญ่ลูบไล้ที่หน้าอกร่างเล็กๆเบาๆ เขามองร่างกายแสนรักอย่างหลงใหล ก่อนจะโน้มหน้าลงไปจูบอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากบางไล่ไปทั่วบริเวณหน้าท้อง ร่างเล็กจิกเท้าลงกับเตียงและกำผ้าปูที่นอนแน่น เขารู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัวไปหมด ต่างจากครั้งแรกของตนโดยสิ้นเชิง
“อื้อ..”ครางเสียงหวานออกมาเมื่อมือใหญ่สอดเข้าไปใต้ประโปรงลูบคลำจุดอ่อนไหวเบาๆ ร่างสูงจัดการถอดเสื้อร่างเล็กออก เผยให้เห็นผิวเนียนเข้มด้านบน ร่างเล็กมีสีหน้าอายเล็กน้อย ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ร่างสูงยิ้มนิดๆเขาใช้มือจับคางเล็กให้หันมาสบตากับตน
“ผมจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด ผมสัญญา”พูดจบกระโปรงสีขาวสะอาดก็ถูกดึงออกจากร่าง เผยให้เห็นขาสั้นๆแต่ดูน่ารัก ร่างสูงยิ้มบางๆเขาจ้องมองรูปร่างของร่างเล็กอย่างชื่นชม ส่วนร่างเล็กนั้นรู้สึกได้ว่าหน้าตัวเองชาแค่ไหนและมันก็คงจะแดงมาก ถูกจ้องมองร่างกายเปลือยเปล่าที่มีเพียงกางเกงในตัวจิ๋วปิดบังส่วนนั้นไว้ จะไม่ให้เขารู้สึกอายได้อย่างไร ร่างสูงลุกขึ้นนั่ง ทั้งสองสบตากันไม่กระพริบ มือของดงอุนกำลังจัดการถอดเสื้อของตนออก แต่จู่ๆร่างเล็กก็ลุกขึ้นมาพร้อมกับจับมือของเขาเอาไว้
“อะไรเหรอครับ”ถามด้วยความสงสัย แต่ไร้ซึ่งคำตอบ มือเล็กๆของกีกวังกำลังจัดการปลดกระดุมเสื้อให้ดงอุน เขาตกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ห้ามปล่อยให้ร่างเล็กจัดการถอดเสื้อผ้าให้ตน มือเล็กสั่นเล็กน้อยเมื่อกำลังรูดซิบกางเกงของร่างสูง เขารู้สึกใจเต้นแรงมากกว่าเดิม ร่างสูงจับมือของร่างเล็กให้หยุด เขาผลักร่างเล็กให้นอนลงบนเตียง ก่อนตัวเองจะนั่งคร่อม ร่างกายที่เปลือยเปล่าสัมผัสกันอย่างแนบชิดกระตุ้นความต้องการที่มีอยู่ในตัวให้วิ่งพล่าน หัวใจสองดวงต่างเต้นแรง
มือใหญ่ทั้งสองข้างลูบไล้ร่างกายของร่างเล็ก สายตาของคนทั้งคู่ต่างปิดไม่มิดถึงความต้องการที่มีอยู่ในตัว จุดอ่อนไหวต่างค่อยๆแข็งตัวขึ้นมาอย่างช้าๆเมื่ออารมณ์ที่มีเพิ่มมากขึ้นจนเกินจะหยุดมันได้ ร่างเล็กเองก็ลูบไล้ร่างกายของร่างสูง ไม่ยอมปล่อยให้ร่างสูงเป็นฝ่ายกระทำข้างเดียว ทั้งสองต่างตอบสนองซึ่งกันและกัน มอบความสุขให้กันและกัน ริมฝีปากประกบกัน ก่อนลิ้นอุ่นๆจะค่อยๆสอดเข้าไปในโพรงปาก ลิ้นเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อนเพราะความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นอีก จากความอ่อนหวานในตอนแรกก็ค่อยๆแปลเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน
“อ๊า…”ร่างเล็กครางออกมาเมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ เขาหายใจแรงขึ้นเพราะความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้น ร่างสูงกำลังเล่นสนุกกับจุดอ่อนไหวของเขาที่ตอนนี้มันตั้งตรงเรียบร้อยแล้ว เขานอนบิดไปมาเมื่อถูกดูดอมด้วยปากอุ่นๆของร่างสูง
“อื้อ อื้อ”เสียงครางเริ่มไม่สามารถที่จะเก็บเอาไว้ได้ ตอนนี้จุนอ่อนไหวของร่างสูงก็พร้อมที่จะใช้งานแล้ว เขาค่อยๆพลิกร่างเล็กให้นอนคว่ำ ร่างสูงนอนทับร่างเล็กพร้อมกับกอดอย่างแนบแน่น เสียงหายใจของทั้งสองแรงไม่แพ้กัน
“ผมรักคุณ”พูดพร้อมกับจูบเบาๆที่กกหู ก่อนจะค่อยๆสอดของแข็งของตนเข้าช่องทางรักของร่างเล็ก
“อ๊า!”ร้องเสียงหลงเพราะรู้สึกเสียวซ่าน มันเจ็บเหมือนครั้งแรกที่ถูกสอดเข้าไป แต่มันกลับรู้สึกไม่เหมือนกัน ครั้งนี้ถึงแม้จะเจ็บแต่ก็รู้สึกได้ถึงความเสียวซ่านและทำให้มีความสุข ร่างเล็กเม้มปากแน่น มือทั้งสองจับกันอย่างแนบแน่น ร่างสูงดันของแข็งเข้าไปให้ลึกอีก ยิ่งลึกมากเท่าไหร่ร่างเล็กก็ยิ่งบีบมือแน่นมากขึ้นเท่านั้น
“อ๊า อ๊า!”เสียงครางเพราะความเสียวซ่านและเจ็บดังออกมาเมื่อร่างสูงเริ่มบรรเลงเพลงรักของตนอย่างอ่อนโยน ร่างเล็กยิ้มออกมาบางๆ เขารู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ครั้งนั้นที่โดนมันเจ็บมาก แต่ครั้งนี้มันกลับแตกต่าง ความรับรู้ได้ถึงความรักที่ดงอุนมีให้ รับรู้ได้ถึงความสุขที่ดงอุนมอบให้
“อ่าส์!”เสียงครางของร่างสูงไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด แต่เขากลับรู้สึกมีความสุขที่ได้ยินเสียงแสนเซ็กซี่นั่น ร่างเล็กบีบมือร่างสูงแน่นขึ้นอีกเมื่อจังหวะเพลงรักค่อยๆเปลี่ยนไป จากเพลงรักแสนหวานเปลี่ยนเป็นเพลงรักที่เร่าร้อนมากขึ้น ร่างเล็กเม้มปากแน่น มือเท้าเกร็งไปหมด เขาเริ่มจะไม่ไหวแล้ว เนื้อตัวอึดอัดเหมือนกำลังจะระเบิดออกมา รุ่มร้อนในทรวง ความเสียววิ่งพล่านไปทั่ว
“อื้ออออ”จังหวะเพลงเริ่มรุนแรงแต่ก็แฝงด้วยความอ่อนโยน แม้รุนแรงแต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกชอบเสียด้วยซ้ำ ร่างสูงออกแรงในการโยกสะโพกมากขึ้น เขาเองก็จะไม่ไหวแล้วเช่นกัน อึดอัดทั่วร่างกาย อยากจะปลดปล่อยของเหลวออกจากตัวเสียใจจะขาด
“อ่าส์! อ่าส์!”เสียงครางดังออกมาให้ร่างเล็กใจเต้น ร่างสูงกำลังมีความสุข เขาเองก็กำลังมีความสุข ต่างคนต่างมีความสุข น้ำสีขาวค่อยๆถูกปล่อยออกมาจากตัวของร่างเล็ก เขาไม่สามารถที่จะสกัดกั้นเอาไว้ได้ มันค่อยๆปล่อยออกมา ออกมา ยิ่งปล่อยเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความสุขและเสียวซ่านเท่านั้น
“อ๊า! อ๊า!”ร่างเล็กปล่อยออกมาจนหมด ร่างเขากระตุกอย่างแรงทั้งๆที่ร่างสูงกำลังบรรเลงเพลงรัก เขาเสร็จก่อนร่างสูงเสียอีก
“อื้อ!”แต่ถึงแม้ว่าเขาจะเสร็จ เพลงรักก็ยังคงบรรเลงต่อไป มันรวดเร็วมากขึ้นเมื่อร่างสูงกำลังจะเสร็จความใคร่ของตน ร่างเล็กบีบมือแน่นกว่าเดิม เม้มปากแน่น เตรียมพร้อมที่จะรับของเหลวเข้าร่างกาย
“อ่าส์ โอ้ว! อา~”
“อื้อออออออออออออ”แล้วของเหลวมากมายก็ถูกปลดปล่อยเข้าช่องทางรัก ร่างสูงกระตุกรัวและแรง ช่องทางรักรัดแน่นกับจุดอ่อนไหวของตน
“เฮ่อ เฮ่อ…”พอเสร็จของตนเขาก็เอาจุดอ่อนไหวออก ร่างเล็กนอนหอบอย่างหมดแรง ร่างสูงยิ้มออกมาอย่างพอใจ นี่มันวิเศษณ์ที่สุดเลย เขามีความสุขมากเหลือเกิน เหล่มองร่างเล็กที่นอนหอบอยู่ข้างๆเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือดึงร่างเล็กเข้ามากอดแน่น ใบหน้าน่ารักซบลงกัลป์แผ่นอกกว้าง มือเล็กๆก็โอบกอดร่างสูงเช่นกัน
“ผมมีความสุขจัง”พูดพร้อมกับจูบเบาๆที่หน้าผาก แก้มแดงๆของกีกวังมันทำให้เขารู้สึกดีเสียจริงๆ
“ฉันก็เหมือนกัน”เงยหน้าขึ้นไปสบตาก่อนจะยิ้มให้ รอยยิ้มนั้นมันทำให้ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะจูบริมฝีปากหนาที่ดูเซ็กซี่สำหรับเขาเสียจริงๆ
“ผมชักจะมีอารมณ์อีกแล้วสิ”สายตาหวานเยิ้มมองร่างเล็กที่กำลังเขินอาย เขากำลังรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
“ก็บอกไปแล้วไง อยากทำอะไรก็ทำ”พูดเองก็อายเอง
“อ๊าย!”เขาถูกจับนอนลงกับที่นอน ดวงตาโตเบิกกว้างเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของร่างสูง
“ลิ้มลองรสชาติแบบหนุ่มแบดบอยหน่อยเป็นไง”
“อื้อ!!”ร่างเล็กถูกจู่โจมอย่างหนัก จูบซึ่งแตกต่างจากเดิมมันทำให้ใจเต้นเร็วแทบจะระเบิด ร่างเล็กกำลังถูกกินจากหนุ่มแบดบอยผู้หื่นกาม เพลงรักได้ถูกเริ่มต้นอีกครั้ง แล้วคืนนี้มันจะไปจบอยู่ที่เพลงเท่าไหร่กันนะ?
“โอ่ย!”
“โยระวัง!”
หมับ!!
“ฮี่ๆ”ดูจุนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกที่สามารถคว้าคนตัวเล็กเอาไว้ได้ทันก่อนจะล้มหน้าทิ่ม เขาดึงคนตัวเล็กให้มานั่งบนตักตน เมาแล้วเป็นแบบนี้ทุกที
“อื้อ ดูจุนอา จูบฉันหน่อย จุ๊บๆๆ”คนน่ารักจับใบหน้าคนตัวโตพร้อมกับทำปากจู๋จะจุ๊บเขา แต่กลับถูกดันออกเพราะอายสายตาที่กำลังมองของฮยอนซึงและจุนฮยอง
“อย่าถือสาคนเมาเลยนะ”
“จุ๊บๆๆ จ๊วบๆๆ”
“โยซอบ ไม่เอาน่า อายคนอื่นเค้า”
“อายทำไม ร้อนนนน แก้ผ้าๆ”
“เฮ้ยๆ”ดูจุนรีบจับมือคนตัวเล็กที่กำลังจะถอดเสื้อผ้าของตนอย่างรวดเร็ว
“ไหวหรือเปล่า”
“อย่าห่วงเลยครับ หมอนี่ก็เป็นแบบนี้แหละเวลาเมา”ดูจุนหันไปพูดกับฮยอนซึงอย่างอายๆ
“ฮยอนซึง เราไปเดินเล่นกันดีกว่า”
“หา ไม่ดื่มต่อแล้วเหรอ”
“ไม่หรอก เดี๋ยวจะเมาแล้วเสียบรรยากาศ”เขายิ้มพร้อมกับดึงร่างบางให้เดินตามตนมา
“เดี๋ยวสิ!”
“จ๊วบๆๆๆ”
“โยซอบ!”ดูจุนถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขาจัดการอุ้มคนตัวเล็กพาดบ่าแล้วพาขึ้นห้องไปนอนทันที
“อ๊า ร้อนๆๆ หนาวๆๆ มืดๆๆ ฮ่าๆๆๆ”
“โอ๊ย! อย่าจิกผม โยเจ็บ โอ๊ย!”
“ดึงๆ ฮ่าๆๆ”ดูจุนเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นก่อนที่เสียงโวยวายของเขาจะทำให้ทุกคนตื่นหมด
ตุบ!!
“ซาบาย อ๊า!”พอนอนลงบนเตียงก็จัดการบิดขี้เกียจทันที คนตัวโตส่ายหน้าเล็กน้อย
“เมาแล้วเป็นแบบนี้ทุกทีเลยสิน่า”แล้วเขาก็นั่งลงเพื่อจะเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนตัวเล็กจะได้รู้สึกสบายขึ้น
“ฮั่นแน่! บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาทะลึ่งกับเค้า”คนตัวโตกระพริบตาปริบๆ เมื่อกี้เขาไม่ได้หูฝาดใช่ไหม
“นายเรียกตัวเองว่าเค้าเหรอ”
“ฮี่ๆ อย่าหวังว่าจะได้แอ้มเลย ถอยๆ”เขาปัดมือคนตัวโตออก ก่อนจะกลิ้งไปนอนขอบเตียง
“ฉันไม่ทำอะไรคนเมาหรอกน่า อย่ามายั่วก็แล้วกัน”มองอย่างหมั่นไส้ก่อนจะเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าให้รู้สึกสบายขึ้น
“ถ้าเมาแล้วยั่ว จะเอาให้เดี้ยงเลย ฮึ่ย!”เขาบ่นขณะที่กำลังถอดเสื้อผ้าของตน ถอดออกจนหมดเหลือเพียงกางเกงในตัวเอง เปิดตู้เพื่อหาชุดนอนสบายๆใส่
“อ๊า อ๊า!”
กึก!!
เสียงครางแสนเซ็กซี่นั่นทำให้เขากลืนน้ำลายเล็กน้อย มือทั้งสองกำลังหมัดแน่นก่อนจะค่อยๆหันไปมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ไม่รู้ทำอะไรอยู่
“อื้ออ อ๊า”ดวงตาโตเบิกกว้างอย่างตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า เขากระพริบตาปริบๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“โย…นาย เฮ้ย!”
ตุบ!!
ยังไม่ทันได้ถามอะไรก็ถูกคนตัวเล็กที่ตอนนี้เปลือยเปล่าไปทั้งตัวดึงไปนอนลงบนเตียงเรียบร้อยแล้ว
“ฮี่ๆ เป็นของฉันซะดีๆ คนบ้ากาม”
“อื้อ!”แล้วริมฝีปากของเขาก็ถูกปิดโดยคนไม่บ้ากามอย่างยังโยซอบ จูบกันอยู่เนิ่นนานจนต่อมหื่นของดูจุนแตกกระเจิง เขาจัดการพลิกตัวให้ตนไปอยู่ด้านบน
“คิดจะกดฉัน ฝันไปเถอะ!”พูดจบคนตัวโตก็จัดการกินคนตัวเล็กเป็นอาหารมือดึก เขาไม่ผิดนะ โยซอบลุกก่อน เขาก็แค่ ตอบสนองก็เท่านั้นเอง ไม่ผิด ไม่หื่น ไม่บ้ากาม ทุกอย่าง ยังโยซอบเป็นฝ่ายเริ่ม
“อิอิ อย่านะ!”ฮยอนซึงเอ่ยห้ามเมื่อจุนฮยองจะสาดน้ำทะเลใส่ตน
“ฉันขี้เกียจอาบน้ำใหม่”
“เดี๋ยวผมอาบให้ก็ได้”
“หยุดเลย ไม่งั้นฉันจะเรียกคุณหนูออกมา”
“ขู่กันอีกแล้ว ก็ได้ครับๆ”แล้วจุนฮยองก็ล้มเลิกความคิดที่จะแกล้งร่างบาง เขายังอยากที่จะอยู่กับคนน่ารักคนนี้อยู่
“ไม่ง่วงหรือไง”
“ถ้าง่วงฉันคงไม่อยู่ตรงนี้กับนายหรอก”
“เง้อ ตอบกวนนะเนี่ย”
“กวนอะไร ความจริงทั้งนั้น”ฮยอนซึงยักคิ้วให้เล่นเอาคนตัวโตอดที่จะยิ้มไม่ได้
“เดินเล่นตอนกลางคืนก็มีความสุขดีนะครับ ลมแรงดี เย็นด้วย รู้สึกหนาวขึ้นมาแล้วสิ”
พรึ่บ!
“ทำอะไรน่ะ”
“หนาวไม่ใช่หรือไง นายหนาวฉันก็กอด ผิดเหรอ”
“เอ่อ…”หน้าจุนฮยองดูเหวอจนแทบอยากจะหัวเราะ
“ไม่ผิดครับ ถูกต้องที่สุดเลย”จุนฮยองยิ้มกว้างออกมา เขารู้สึกดีเสียจริงๆ เขาเหล่มองร่างบางที่อมยิ้มอยู่เล็กน้อย
“อ๊าย! ยงจุนฮยอง นายทำบ้าอะไรของนายเนี่ย”
“ฮี่ๆ เล่นน้ำตอนกลางคืนกัน”
“อย่านะ! ไม่เอา! อ๊ากกกก!”
ตูม!
แล้วร่างบางก็ถูกโยนลงทะเลทันที
“นายบ้าไปแล้วเหรอ มานี่เลย!”
“อ๊าก! อย่านะครับฮยอนซึง”แล้วคนตัวโตก็ถูกจับกดน้ำอย่างรวดเร็ว
“ฮ่าๆๆ สมน้ำหน้า อื้ออ ปล่อยฉัน ฮ่าๆๆ”ฮยอนซึงหัวเราะออกมาเมื่อถูกอุ้ม ทั้งสองคนมองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม
“ฮี่ๆ ปล่อยก็ได้ครับ”
“ไม่เอาๆ ไม่ให้ปล่อยแล้ว อ๊าก!”
ตูม!
แล้วก็ถูกคนตัวโตโยนลงน้ำอีกตามเคย เขาโผล่ขึ้นมาแล้วก็จ้องมองคนตัวโตด้วยสายตาดุๆ อยากจะตัวใหญ่ๆจริงๆเลย จะได้จับคนตรงหน้าทุ่มลงน้ำบ้าง
“นายตายแน่ ยงจุนฮยอง!”
“แน่จริงก็จับให้ได้สิครับ แบร่!”แลบลิ้นใส่แล้วก็ออกตัววิ่งหนีร่างบางที่วิ่งตาม เขาไม่ยอมให้โดนจับง่ายๆหรอก
“จับผมสิ จับผมสิ ฮ่าๆๆ”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“ฮ่าๆๆ”
“ฮ่าๆๆๆ”เสียงหัวเราะของดังสองคนทำลายความเงียบที่มีมานานของสองหนุ่มที่นั่งไม่พูดไม่จามาหลายชั่วโมง คนหนึ่งเอาแต่นั่งกอดอกหน้าบึ้ง ส่วนอีกคนเอาแต่นั่งมองเด็กหัวสีอย่างนิ่งๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะนั่งมองเด็กหัวสีได้นานขนาดนี้โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เขาเดินตามมาด้วยความเป็นห่วง แต่ถูกตะหวาดใส่โดยไม่มีเหตุผลจนไม่อยากจะพูดอะไร ก็เลยนั่งเฝ้าอยู่อย่างนี้ คิดว่ายองวอนคงนั่งได้ไม่นาน แต่เขาคิดผิดอย่างสิ้นเชิง คนขี้โวยวายเล็กๆน้อยๆอย่างยองวอน นั่งนิ่งได้เป็นชั่วโมงขนาดนี้เลยเหรอ เขารู้สึกทึ่งจริงๆ
“เฮ้ออออ…….”ในที่สุดก็มีเสียงดังออกมาจากคนตัวเล็ก แม้จะเป็นเสียงหาวก็เถอะ
“นั่นนายจะไปไหน”
“กลับห้อง”ยองวอนพูดโดยไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เพราะเหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้เขาหงุดหงิดตัวเองเสียจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจจะตะหวาดใส่ ที่เขาทำอย่างนั้นเพราะทำตัวไม่ถูก ไม่อยากเจอหน้าคนคนนี้ในตอนที่มีอารมณ์แบบนี้ อยากจะขอโทษแต่ก็พูดไม่ออก
“นายเป็นอะไรหรือเปล่า ตั้งแต่ตอนเต้นรำแล้วนะ”เขาถามออกมาด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้จะดูอาการแบบนั้นออกก็ตาม แต่ก็ไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองแต่อย่างใด
“ไม่ได้เป็นอะไรหรอก ไปนะ”
“เดี๋ยวสิ!”
หมับ!!
คนตัวเล็กสะดุ้งอย่างตกใจเมื่อถูกจับข้อมือ เขามองมือนั้นด้วยใจที่สั่นไหวเป็นอย่างมาก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขานะ หงุดหงิดเสียจริงๆที่ไม่รู้ว่าตนเป็นอะไร
“ปล่อย!”พูดพร้อมกับสะบัดมือออก
“อึดอัดเหรอ”
“เปล่าหรอก ฉันแค่ง่วงนอน ไปนอนแล้วนะ”สบตากับคนตัวโตสักครู่ พอเห็นดราม่าไม่พูดอะไรก็เดินจากไปทันที
“โอ๊ย!”
“ยองวอน!”คนตัวโตรีบวิ่งไปหาคนตัวเล็กที่ล้มลงไปนั่งกับพื้นทราย
“นายเป็นอะไร”ยองวอนนั่งหน้าบูดมองเท้าตัวเองที่ตอนนี้มีเลือดออก
“เหยียบเปลือยหอยเหรอ”
“อะไรกัน รองเท้าก็ใส่ ยังจะทำร้ายกันได้อีก”บ่นด้วยน้ำเสียงงอแงเหมือนเด็ก แต่มันกลับทำให้คนได้ยินอมยิ้ม
“เข้าบ้านเถอะ เดี๋ยวฉันทำแผลให้”
“ไม่ต้องหรอก ฉันทำเองได้”
“อย่าดื้อสิ ลุกขึ้น”ทั้งสองคนสบตากันนิ่ง เด็กหัวสีถอนหายใจออกมาก่อนจะลุกขึ้นโดยมีมืออบอุ่นของคนตัวโตคอยประคองเอาไว้ไม่ให้ล้ม
“เดินไหวไหม”
“อื้ม”แล้วทั้งสองก็เดินไปที่บ้านพักของตระกูลจาง
“ค่อยๆนั่งนะ”คนตัวเล็กนั่งลงที่โซฟา เขานึกโกรธเปลือยหอยเสียจริงๆ บาดมาได้ยังทั้งๆที่เขาเองก็ใส่รองเท้า มันเหมือนจงใจแกล้งกันชัดๆเลย
“ไหนดูแผลหน่อยซิ”
“ทำอะไรน่ะ”ยองวอนรีบชักเท้าหนีทันทีที่ดราม่าจะจับเท้าตนไปวางไว้บนตักของเขา
“ก็จะทำแผลไง เอาเท้ามา”
“ไม่ต้องๆ ไปวางไว้แบบนั้นมันน่าเกลียด”
“น่าเกลียดตรงไหน นี่นายเกรงใจคนอื่นเป็นเหมือนกันเหรอเนี่ย”ดราม่ายิ้มเล็กน้อยก่อนจะจับเท้าของคนตัวเล็กมาวางไว้บนตักของตน
“นี่ ขึ้นมานั่งบนโซฟาเถอะ”พูดทั้งๆที่ใจสั่นไปหมด เขาไม่เคยถูกกระทำแบบนี้มาก่อนเลยชีวิต
“นั่งไหนก็เหมือนกันแหละน่า อืม แผลไม่ลึกมาก เลือดก็หยุดไหลแล้ว ไม่ต้องพันผ้าพันแผลก็ได้มั้ง ล้างแผลก็พอ”
“ทำอะไรก็ทำเถอะ”
“แสบหน่อยนะ”ยองวอนนั่งกัดปากแน่นเมื่อแอลกอฮอล์ถูกแผล ดราม่าเงยหน้าขึ้นไปมองเล็กน้อย ปกติคนถูกแอลกอฮอล์ต่างก็มีเสียงร้องดังออกมาเพราะแสบ แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงใดๆดังออกมาจากคนคนนี้
“นายไม่แสบเหรอ”
“แสบดิ รีบๆทำเร็ว เจ็บ”เขายิ้มออกมาบางๆ นี่ก็ไม่คิดว่าจะมีอยู่ในตัวของยองวอน ทำไมผู้ชายคนนี้แปลกไปเสียหมดเลย สิ่งที่ไม่คิดว่าจะมีกลับมีซะงั้น นี่เขามองคนพลาดได้ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ยองวอนมองคนตัวโตที่นั่งทำแผลให้ตนด้วยสายตาซาบซึ้ง อาการใจเต้นมันทำให้เขาจะบ้าตาย ทำไมต้องใจเต้นแบบนี้กับคนคนนี้ด้วยนะ
“เสร็จแล้ว อย่าเดินเยอะนะ เดี๋ยวแผลจะอักเสบ”
“เป็นหมอหรือไง”
“เป็นตำรวจ”เขาพูดพร้อมกับยิ้มกว้างให้ก่อนจะเดินเอากล่องยาไปเก็บ คนตัวเล็กได้แต่มองตามหลังด้วยความรู้สึกแปลกๆมันปั่นป่วนไปหมดจนน่าหงุดหงิด
“นายหิวหรือเปล่า ยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่”
“ไม่หิวหรอก โอ๊ะ!”ใบหน้าขาวชาไปทันทีที่ท้องร้องเสียงดัง เขาอยากจะเอาหน้ามุดดินเสียจริงๆ
“รออยู่นี่นะ เดี๋ยวไปหาอะไรมาให้กิน”
“ไม่ต้องๆ ฉันไม่อยากกิน”
“อย่าปฏิเสธเลย รอแปบนะ”แล้วคนใจดำก็เดินออกไปนอกบ้านเพื่อหาของกินมาให้ ยองวอนถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะล้มตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผาก
“นี่มันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันเนี่ย ให้ตายเถอะ!”เขานอนคิดหน้าเครียด ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องรู้สึกเขินอายเมื่อคนใจดำมอง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใจเต้นเมื่ออยู่ใกล้ ไม่เข้าใจว่าทำไมหัวใจถึงได้พองโตเมื่อคนใจดำทำดีด้วย ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องแอบมองคนใจดำแบบนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่เป็นตัวของตัวเองเลยเมื่ออยู่กับคนใจดำ เขาไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด ไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!
“ฮ้าว ว ว ทำไมตามันจะปิด โอยย”แล้วดวงตาสดใสก็ค่อยๆปิดลงอย่างช้าๆ สงสัยเขาจะคิดมากเกินไปเลยทำให้หมดพลังงานถึงได้ง่วงขนาดนี้
“เอ๋…”ดราม่าที่เดินกลับมาพร้อมกับอาหารตกใจเล็กน้อยที่เห็นคนตัวเล็กหลับไป เขาอยากจะขำเสียจริงๆ คนชอบกินขนาดนั้นแต่กลับหลับทั้งๆที่เขากำลังจะเอาของกินมาให้เนี่ยนะ เขาส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปหาคนที่หลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่
“นายนี่พิลึกคนจริงๆ”อมยิ้มเล็กน้อยให้กับคนแปลกๆที่เขาไม่ค่อยได้เจอนักในชีวิต เขาเดินขึ้นไปบนห้องนอนเพื่อหยิบผ้าห่มของตนมาห่มให้กับคนตัวเล็ก
“นายเป็นคนยังไงของนายกันแน่นะ ยองวอน”มองใบหน้าที่หลับใหลด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขโดยไม่รู้ตัว
“ยะฮู้ววววววววววววววววว”เสียงตะโกนของดูจุนเล่นเอาโยซอบที่นั่งอยู่ชายหาดถึงกลับระอา เขามองสี่หนุ่มที่กำลังเล่นบานาน่าโบ๊ทอย่างสนุกสนาน ใบหน้าทุกคนเต็มไปด้วยความสุข วันนี้วันดีจริงๆ
“ไอ้หมอนั่นนับวันยิ่งจะบ้า”
“ก็แฟนโยซอบไม่ใช่หรือไง”
“ยองวอน”
“แฮ่ๆ”เด็กหัวสียิ้มแหยะๆก่อนจะชะเง้อมองหนุ่มอีกคนที่อยู่บนบานาน่าโบ๊ทด้วย
“นายมองอะไร อย่าบอกนะว่าแอบมองดูจุนของฉันน่ะ”
“เฮ้ยๆ เปล่านะๆ ฉันไม่ชอบคนดำ”
“เค้าไม่เรียกกว่าดำ เค้าเรียกว่าเข้ม แล้วไอ้สี่คนที่กำลังสนุกอยู่นั่นก็ผิวเข้มเกือบหมดเลยนะ บอกมานายแอบมองใคร”
“เปล่าๆ”
“นายจะไปเซ้าซี้อะไรยองวอนนักหนาล่ะ โยซอบ”คนน่ารักหันไปมองคนตัวเล็กอีกคนที่นั่งกินนมอย่างสบายอกสบายใจ
“ฉันก็แค่อยากรู้นี่นา”
“กินนมก่อนไหม ตั้งแต่เช้านายดูหงุดหงิดแปลกๆ”
“ฉันโตแล้ว ไม่กินนมหรอก”
“นี่นายจะว่าฉันเป็นเด็กอย่างงั้นเหรอ”
“กีกวัง อย่าเสียงดังได้ไหม”ฮยอนซึงที่นอนอาบแดดใส่แว่นดำสบายอยู่นั้นพูดขึ้นมาบ้าง เขาหันไปมองน้องชายของตนด้วยสายตาดุๆเล็กน้อย
“ช่วยอยู่กันเงียบๆเถอะ”พอได้ยินคนโตสุดพูดทุกคนก็เลยนอนอาบแดดกันอย่างเงียบๆ
“ฮ่าๆๆ สนุกสนุดๆเล้ยยยย ยะฮู้วววววววววว”ดูจุนแหกปากตะโกนอย่างเมามันมากกว่าเพื่อน เขาแค่อยากจะตะโกนเพื่อระบายความอัดอั้นออกมาก็เท่านั้น ใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่ตาข้าซ้ายเป็นรอยเขียวช้ำ ไม่ต้องถามหรกอนะว่าโดนอะไร หมัดแห่งรักของคนตัวเล็กอย่างจัง คิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าแล้วสยองไม่หาย โยซอบยังกับช้างตกมันเลย
“ยะฮู้วววววววววววว”
“แกจะตะโกนอะไรของแกนักหนาวะดูจุน”
“คนมันมีความสุขเว๊ย ฮ่าๆๆๆๆ ตะโกนด้วยกันสิพวก”
“ยะฮู้วววววววววววววววววว”แล้วทั้งสี่หนุ่ม จุนฮยอง ดูจุน ดงอุนและดราม่าก็แหกปากตะโกนกันสุดเหวี่ยง เสียงมันดังมากจนทำให้อีกสี่คนที่อยู่บนฝั่งชักจะรำคาญ แต่เพราะวันนี้เป็นวักพักผ่อนหรอกนะ ถึงได้ปล่อยให้หนึ่งวัน พวกเขาเลยนอนอาบแดดอย่างไม่สนใจ ส่วนสีหนุ่มก็เล่นเสียงดังอย่างไม่แคร์ใครเช่นกัน
ชีวิตของพวกเขายังไม่ถึงจุดจบ ทุกคงยังต้องดำเนินชีวิตของคนต่อไป ทุกอย่างเพิ่งจะเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นกับบททดสอบใหม่ของชีวิต ทุกคนยังต้องพบเจอกับอะไรมากมายที่จะผ่านเข้ามาพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ไม่ว่าต่อไปนี้ชีวิตของพวกเขาจะเป็นอย่างไร พวกเขาก็จะยืนหยัดสู้อย่างถึงที่สุดเหมือนที่ผ่านมา
แม้ว่า จางฮยอนซึงจะเคยเป็นคนร้ายกาจมากแค่ไหน แต่ความรัก ความเอาใจใส่ ความห่วงใยก็ทำให้คนคนนี้เปลี่ยนไป เหมือนกับคำคำหนึ่งที่ว่า ความรักชนะทุกอย่าง
แม้ว่า ยงจุนฮยองจะเคยมองฮยอนซึงในแง่ร้ายมาก่อน แต่ก็เพราะคนคนนี้ถึงทำให้เขาได้รู้ว่า อย่ามองคนเพียงภายนอกและสิ่งที่เห็น แต่ให้มองลึกเข้าไปในหัวใจ ถึงจะเห็นตัวตนที่แท้จริงของคน
แม้ว่า ยุนดูจุน จะเคยประสบกับเหตุการณ์ที่เลวร้ายแค่ไหน แต่เขาก็ฟันฝ่าผ่านมันมาได้ ด้วยความรัก ความหวังของคนที่เขารักและรักเขา
แม้ว่า ยังโยซอบจะเป็นคนที่รักการกินมาแค่ไหน แต่เหนือกว่าของกิน เขาก็รัก ยุนดูจุน ยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น
แม้ว่า ซนดงอุน จะเป็นคนที่เกลียดการโกหกมากแค่ไหน แต่เพราะความรักที่กีกวังมอบให้มันมากพอที่จะทำให้เขาเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนที่เขารัก
แม้ว่า จางกีกวังจะเป็นคนที่ไม่ค่อยมีความอดทนเท่าไหร่นัก แต่เพื่อความรักแล้ว เขาสามารถที่จะอดทนและมองข้างความผิดพลาดหลายๆอย่างที่เกิดขึ้น เพื่อความรักที่ยั่งยืน
แม้ว่า ดราม่าจะรักยังโยซอบมากแค่ไหน แต่เขาก็เลือกที่จะรักอย่างสร้างสรร ไม่ทำลาย โดยการ อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ แม้ว่าเขาจะเจ็บ แต่ก็ยังดีกว่าเห็นคนที่เขารักเจ็บเพราะเขา
แม้ว่า ยองวอนจะไม่เคยรู้จักว่าความรักคืออะไร แต่เขาก็เริ่มรู้และเริ่มเข้าใจเมื่อดราม่ามาทำให้หัวใจปั่นป่วน ถึงแม้ว่าเขาจะคิดว่า ที่ตนใจเต้นแรงเพราะกำลังจะตายก็ตาม แต่ก็ไม่เห็นเขาจะตายเสียที
แม้ว่าฟิคเรื่องนี้จะ ปิดฉากลง แต่ไรเตอร์ก็อยากให้ทุกคนจดจำฟิคแสนยาวเรื่องนี้ไว้ในความทรงจำตลอดไป….
ขอโทษสำหรับข้อผิดพลาดทุกอย่างที่เกิดขึ้น
ขอโทษที่บางช่วงหายไปนานเหลือเกิน
ขอโทษที่ปล่อยให้ทุกคนต้องรอ
ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องอ่านฟิคยาวขนาดนี้
ขอโทษถ้าหากบางทีเราทำให้อะไรให้ใครไม่พอใจ
ขอบคุณสำหรับความสุขที่ทุกคนมอบให้
ขอบคุณสำหรับทุกคนที่เข้ามาอ่าน
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นที่ทำให้เรายิ้มไม่หุบ
ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่มีให้กันเสมอมา
ขอบคุณสำหรับคำชื่นชมที่ทำให้หัวใจพองโต
ขอบคุณสำหรับความรักที่ทำให้ไรเตอร์คนนี้รู้สึกซาบซึ้งเหลือเกิน
แม้ว่าเราจะไม่รู้จักกัน แม้ว่าเราจะไม่เคยเห็นหน้ากัน แต่เราก็สามารถมอบความสุขให้กันได้ผ่าน ตัวหนังสือ
ขอบคุณจริงๆที่เฝ้าติดตาม เฝ้ารอ ขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ…..